pairing : Takigawa Chris Yuu x Miyuki Kazuya X Sawamura Eijun
no rate
warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคสามพีนะคะ อาจจะมีการผันแปรต่อไปในอนาคต
"ได้รึเปล่าครับ? คริสเซมไป?"
"ไม่ใช่ไม่ได้หรอกนะ ซาวามุระ แต่ฉันอยากจะรู้ว่าเธอมีเรื่องอะไร"
"....คือ...." ซาวามุระเว้นระยะห่างออกไป จนเกิดเป็นความเงียบระหว่างทั้งคู่ คริสเซมไปพอจะเดาได้ว่าอีกคนคงยังไม่อยากพูดในที่สาธารณะ
"โอเค ซาวามุระ เดี๋ยวไปบ้านฉันก็แล้วกัน จากนั้นนายต้องบอกฉันทุกอย่างนะ" คริสเซมไปถอนหายใจ
"ค... ครับ!"
คริสเดินพาซาวามุระมาเรื่อยๆจนมาถึงบ้านของตนเอง ระหว่างทางที่เดินรุ่นน้องจอมโวยวายก็ไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ มีแต่เสียงลมหนาวที่ผ่านพัดมาคอยไม่ให้บรรยากาศของทั้งสองตึงเครียด
"เข้ามาสิ"
ตอนนี้ด้านหน้าของซามาวุระเป็นบ้านของรุ่นพี่ที่เขาเคารพ เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองบ้าบิ่นหรือเสียมารยาทเกินไปรึเปล่าที่จู่ๆก็มาขอเข้าบ้านคนอื่นอย่างนี้
"เข้ามาก่อนสิ" คริสเดินนำเข้ามาในบ้านก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ตามมาข้างหลังทำตัวตามสบายกับบ้านของเขา
"โอ้!! ยู กลับมาแล้วเหรอ?ทำไมไม่บอกเลยล่ะ" บุคคลเจ้าของชื่อ ดิแอนิมอล ผู้เป็นที่เป็นอดีตโปรเบสบอลอีกทั้งยังเป็นพ่อของคริสกล่าวทักชายลูกชายคนเดียวของเขาหลังจากเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ชายวัยกลางคนมองผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังลูกชายของเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลนั้นคือเจ้าเด็กที่มาหาคริสเมื่อตอนที่คริสนั้นทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลเมื่อคราวนั้นนี่เอง
"สวัสดีครับ! ซาวามุระครับ! วันนี้ขอรบกวนหน่อยนะครับ!" ซาวามุระมองชายผู้เป็นบิดาของรุ่นพี่ที่เขาเคารพก่อนจะก้มหัวร้อยแปดสิงองศาทำความรู้จักตามมารยาทที่ควรพึงมี แต่สงสัยมารยาทที่เขาแสดงออกไปคงจะเยอะไปหน่อย
"พ่อครับ เดี๋ยวผมจะอยู่บนห้องนะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้ตลอดเวลาเลยนะครับ" คริสกล่าวทักทายผู้เป็นบิดาของตนเองก่อนจะเดินนำขึ้นห้องให้อีกคนตามมา ซาวามุระเดินตามอีกคนเข้าไปภายในบ้านอย่างเก้ๆกังๆ ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี ระหว่างที่ตนกำลังคิดอยู่ว่าเรื่องที่จะปรึกษาคริสนั่นเขาควรจะเริิ่มต้นมันยังไงดีกว่าจะรู้ตัว เขาก็ตามรุ่นพี่มาถึงห้องเสียแล้ว
คริสเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก่อนจะถอดพวกเสื้อและผ้าพันคอออกจากร่างกาย ซาวามุระเดินเข้ามาในห้องพลางสำรวจ นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดไปทั่ว ห้องของคริสไม่มีอะไรมากมายมันก็เป็นแค่ห้องธรรมดาของชายหนุ่มแต่ติดตรงที่ว่าในห้องนั้นมีหนังสือพวกกีฬาเบสบอลและพวกม้วนกระดาษเมนูฝึกเพิ่มเข้ามาประดับห้องเท่านั้นเอง
"นายนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาชามาให้"
"ครับ!" ซาวามุระขานพร้อมพยักหน้าหงึกๆ
พอคริสออกไปจากห้องเด็กหนุ่มก็นั่งลงในท่าที่เจ้าตัวคิดว่าเหมาะสมที่สุด ซาวามุระมองไปรอบๆห้องอย่างนึกสนอกสนใจแต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะจู่ๆเจ้าตัวก็ดันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นขึ้นมาซะได้เขาเองก็ไม่รู้ว่ามิยูกิทำแบบนั้นมีจุดประสงค์อะไร ปกติมิยูกิก็ชอบแหย่เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่พอถูกแหย่ในกรณีนี้ก็ทำให้เขาอดนึกขวัญเสียไม่ได้ ซาวามุระยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ไออุ่นที่ถูกอีกฝ่ายทาบทับลงมามันยังคงซึบซับอยู่ไม่จางหาย มันไม่แปลกเลยที่เขาจะตกใจจนเผลอต่อยออกไปจนอีกฝ่ายได้เลือด ผู้ชายที่ไหนกันจู่ๆก็เข้ามาจูบซึ่งๆหน้าบ้าไปแล้ว!! จากนี้ไปเขาคงต้องหลบหน้าเจ้ารุ่นพี่ขี้แกล้งนั้นซักพักแล้วล่ะ ระหว่างที่ซาวามุระกำลังคิดอยู่นั่นคริสก็เข้ามาพอดีพร้อมกับถาดถ้วยชาในมือ
"ขอบคุณครับ" ซาวามุระกล่าวขอบคุณ
"ไม่เป็นไร"
ซาวามุระรับถ้วยชาเข้ามาให้มือก่อนที่จะจิบมันเพื่อให้ร่างกายรู้สึกอุ่นขึ้น
"แล้วเรื่องที่เธอจะปรึกษาน่ะ ว่ายังไง?" คริสไม่พิรี้พิไรพูดเปิดเรื่องเข้าประเด็น ซาวามุระชะงักไปครู่หนึ่งอันที่จริงเขาเองก็ไม่กล้าจะบอกเรื่องจริงซักเท่าไหร่ เอายังไงดีแต่งเรื่องดีมั้ย? หรือโกหกว่าเป็นคนอื่นดี?
"เอ่อ.... คือ... คริสเซมไปเคยมีจูบแรกรึยังครับ?"
"หืม? จูบแรก?" คริสทวนคำถามอีกฝ่าย
ซาวามุระก้มหน้างุดรู้สึกอายกับสิ่งที่ถามออกไป ไม่รู้ว่าคริสจะคิดยังไงกับคำถามนี้
"ค...คือว่า เพื่อนผมที่เรียนด้วยกับตอนม.ต้นมันถามผมมาน่ะครับ! ว่ารู้สึกยังไง ผมไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องนี้เลยคิดว่าน่าจะลองถามคริสเซมไปดู.....รู้งี้ไม่ถามแต่แรกก็ดีหรอก...." ซาวามุระรีบแก้ตัวทันทีเพราะกลัวคนตรงหน้าเข้าใจผิดก่อนจะพึมพำประโยคหลังกับตัวเองเบาๆ
"อืม... จะว่ายังไงดีล่ะ" คริสจับคางตัวเองพลางพิจารณาคำถาม ทันทีที่ซาวามุระได้ยินก็รีบหันหน้าไปมองคริสทันที
"เซมไปมีจูบแรกแล้วเหรอครับ?!"
"แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ" คริสลอบยิ้มเล็กน้อย
"ผมไม่รู้หรอกครับ..." แหงล่ะใครจะไปกล้าก้าวก่ายเรื่องแบบนี้กันเล่า! แต่ความจริงก็แอบเสนอหน้าไปนิดนึงแล้วล่ะ
"งั้นฉันขอถามก่อน ว่าเพื่อนเธอคนนั้นรู้สึกยังไงกับจูบนั้น"
ซาวามุระอึกอักไปเล็กน้อยก่อนจะงัดความรู้สึกของบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรกออกมา .....บอกความจริงไปตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อว ทำไมต้องมาสร้างคำโกหกแบบนี้ด้วยนะ.....
"หมอนั่นบอกว่าตกใจมากเลยครับ แถมรู้สึกกลัว สบสน แต่ในใจมันจั๊กจี้พิกล เหมือนตัวจะลอยแต่จู่ๆก็โดนฉุดลงมาจนตัวกระแทกพื้นเลยล่ะครับ"
"ความรู้สึกดูคลุมเครือนะ อย่างกับว่าเพื่อนเธอคนนี้ก็พึงพอใจแต่ก็มีความรู้สึกกังวลในเวลาเดียวกัน"
"อย่างงั้นเหรอครับ...." ซาวามุระขานรับแสียงแผ่วก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มแก้กระหาย
"บางทีเพื่อนของเธออาจจะชอบคนๆนั้นก็ได้นะ แต่แค่มีบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหยุดความรู้สึกตรงนี้ เลยกลายเป็นว่าจะชอบแต่ก็ชอบไม่ได้อย่างงั้นแหล่ะ"
พรูดดดดดดดด
จู่ๆน้ำชาที่ซาวามุระก็ร่วมใจกันที่จะไม่เดินไหลลงลำคอแต่กลับวิ่งย้อนออกจากปากแทน คริสตกใจก็ปฏิกิริยารุ่นน้องของตนเองก่อนจะรีบไปหยิบกล่องทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดตรงส่วนที่น้ำหก
"แค่กๆ... ขอโทษนะครับ! แค่กๆ" ซาวามุระกล่าวขอโทษขอโพยพลางเอาทิชชู่มาช่วยคริสเช็ดคราบน้ำชาไปพลาง
"ไม่เป็นไร ว่าแต่เธอเถอะไม่เป็นไรนะ สำลักน้ำชาขนาดนั้น" คริสถามด้วยความเป็นห่วง
"ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับ"
"ความจริงกับเรื่องแค่นี้เธอไม่จำเป็นต้องถึงกับขอมาบ้านฉันเลยนะ"
"ก็ผมไม่รู้ว่าควรทำตัวยังนี่ครับ!!! อีกอย่างมันเป็นครั้งแรกของผมด้วย!!" ซาวามุระตะโกนเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าของเด็กหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นสีชมพูสาเหตุเป็นเพราะเขินจากคำตอบของรุ่นพี่หรือหน้าแดงจากการตะโกนกันแน่
"หึ... ไหนๆเธอก็มาถึงบ้านฉันทั้งที เราควรจะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดนะ" คริสพูดออกมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะของตัวเองพลางหาบางสิ่ง
"ยังไงเหรอครับ?" ซาวามุระถามอย่างสงสัย
"ฉันคิดเมนูฝึกใหม่สำหรับนายได้เมื่อสองวันก่อน อีกอย่างวันนี้นายก็มาบ้านฉันแล้ว ฉันว่าเราควรจะมาฝึกซ้อมเมนูใหม่กันหน่อย เพื่อให้ร่างกายของนายได้วอร์มตลอดเวลา จะได้ไม่ไปผืดอีกทีตอนฝึกซ้อม เธอว่ายังไงล่ะ?" คริสกล่าวยิ้มๆแล้วชูเจ้าม้วนกระดาษกลมๆด้านนอกสีเขียวออกมา ซาวามุระมองเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือของรุ่นพี่ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่
......เหตุการณ์ตรงหน้าช่างตรงกับสุภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่าหนีเสือปะจระเข้เสียจริง.......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
มิยูกินอนเอามือก่ายหน้าผากก่อนจะมองนาฬิกาที่ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆแล้ว ทั้งวันเขามัวแต่คิดแค่เรื่องของซาวามุระจนแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
"เฮ้อ" เสียงถอนหายใจที่ไม่อาจนับได้ว่าเป้นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วถูกพ่นออกมาจากริมผีปากซีด
มิยูกิพลิกตัวไปมากับที่นอน อยากจะนอนก็นอนไม่ได้พยายามข่มตาหลับตั้งแต่สามทุ่มก็ดันนึกถึงใบหน้าของเจ้ารุ่นน้องจอมป่วนเมื่อเช้านี้เสียอีก ให้ตายสินี่เขาต้องเป็นบ้าหรือเพื้ยนไปแล้วแน่ๆ เขาควรจะทำอะไรซักอย่างเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้ คิดได้ดังนั้นแคชเชอร์หนุ่มก็เด้งตัวลุกจากเตียงก่อนจะหยิบเสื้อโค้ดของตัวเองแล้วลงไปเดินเล่นข้างล่าง อย่างน้อยอากาศเย็นๆก็น่าจะช่วยให้เลิกฟุ้งซ่านได้
สวบ สวบ
เสียงฝีเท้าที่ถูกกดน้ำหนังลงบนพื้นหิมะส่งเสียงเป็นทาง
"หนาววุ้ย น่าจะหยิบหมวกหรือไม่ก็ถุงมือออกมาแฮะ" มิยูกิถูมือเพื่อคลายหนาวพลางบ่นไปพลาง จากใบหน้าที่มีเลือดฝาดก็ยิ่งฝาดเข้าไปอีก หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าร่วงลงมาตกที่ผมบ้างกัดผิวบ้างจนตอนนี้จมูกของเจ้าตัวก็เริ่มที่จะแดงขึ้นเรื่อยๆตามสีของใบหน้า
หลังจากที่เดินเล่นมาได้พอสมควรแล้วแต่มิยูกิก็เลือกที่จะยืนอยู่ข้างนอกต่อ ดวงตาสีน้ำตาลธรรมชาติเหม่อมองออกไปตรงประตูหอซึ่งเป็นทางเดียวกับที่เจ้าพิชเชอร์จอมยุ่งนั้นเดินออกไป ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้จะกลับมาที่หอรึยัง เพราะเขาเองก็แทบไม่ได้ออกจากห้องของตัวเองเลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างนอกเป็นเช่นไร หรือยังอยู่ที่บ้านของคริสเซมไปกันนะ..... เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าสองคนนั้นทำอะไรกันบ้างแต่อย่างน้อยซาวามุระก็คงจะมีความสุขมากกว่าอยู่กับเขา
ยิ่งคิดถึงหมอนั้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บแผลตรงมุมมากเท่านั้น มันไม่ได้เจ็บแค่ภายนอกแต่มันยังรวมไปถึง ......หัวใจ......
"โฮ้ย เจ็บชะมัดเลยแผลที่เจ้าบ้านั่นต่อย เห็นตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็แรงเยอะใช้ได้แฮะ ฮะๆ" มิยูกิพูดกับตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมา
สวบ สวบ
มิยูกิหันไปตามเสียงฝีเท้าของใครซักคนซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เขาแน่ๆเพราะเขายังยืนอยู่แถมไม่ได้เดินไปไหนด้วย สายตาของแคชเชอร์หนุ่มหันไปมองผู้มาเยือน
อากาศข้างนอกที่ว่าหนาวเย็นแล้วก็ยังไม่หนาวเท่ากับการที่ต้องมาเผชิญหน้ากับบุคคลที่ยังไม่อยากเจอหน้ากันในเวลานี้
"ทำไมนายยังไม่นอนล่ะ" เสียงใสๆถามขึ้นมา่อนจะสบตากับคนที่อยู่ตรงหน้า
"นอนไม่หลับน่ะ เลยออกมาเดินเล่น"
"นายจะบ้าเหรอ?! ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนแบบนี้ได้แข็งตายแน่!" ซาวามุระตะโกนว่าให้กับความเพี้ยนของมิยูกิเสียงดังตามแบบฉบับของตน
"แล้วนายล่ะ ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้" คราวนี้ถึงตามิยูกิยิงคำถามใส่มั่ง
"ก็คริสเซมไปน่ะสิ ดันคิดเมนูฝึกใหม่ขึ้นมาเลยให้ฉันอยู่ฝึก ตอนนี้เมื่อยตัวไปหมดแล้ว!" เด็กหนุ่มว่าพลางขยับตัวบิดร่างกายไปมาเพื่อคลายความเมื่อล้าที่ได้ประสบพบเจอมา
"มีความสุขมากสินะ ทีกับฉันนี้ปล่อยให้เจอกับความเจ็บปวดตรงปากที่นายประเคนมา ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลยรับผิดชอบด้วย" มิยูกิว่าทีเล่นทีใส่
"ก็นายสมควรแล้วที่จะโดนมัน!!"
"โอ้ยๆๆๆๆ เจ็บๆๆๆๆ เจ็บจังเลย ใครก็ไม่รู้ทำร้ายร่างกายแล้วไม่ยอมรับผิดชอบอีก" มิยูกิจับมุมปากบริเวณที่โดนต่อยแล้วร้องโอดครวญออกมา ทำให้ซาวามุระที่โง่อยู่แล้วเป็นทุนเดิม โง่มากขึ้นไปอีก เด็กหนุ่มลุกลี้ลุกลนกับอาการของคนตรงหน้า เพราะเขาไม่รู้ว่าบุคคลที่ร้องโอดโอยตอนนี้พูดจริงหรือพูดปดใส่เขาอีกกันแน่ ....ไม่กล้าไว้ใจ....
"เฮ้ยๆ นายทำให้ฉันรู้สึกผิดนะเจ้าบ้า!"
"ถ้าไม่อยากรู้สึกผิดก็ทำแผลให้ฉันสิ"
"นี่นายยังไม่ทำแผลอีกเหรอ?"
"ยัง" มิยูกิกล่าวก่อนจะยิ้มทะเล้นใส่อีกคนหนึ่งทีแต่ก็ต้องชะงักเพราะแผลที่อักเสบอยู่เลยทำให้เจ้าตัวยมือขึ้นมากุม ซาวามุระเห้นท่าทางเป็นนั้นก็อดที่จะหัวเราะสมน้ำหน้าในความไม่เจียมตัวของอีกคนได้ ระหว่างที่ซาวามุระกำลังหัวเราะอยู่นั้นจู่ๆเจ้าหัวก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามากระแทกเข้าที่ผากอย่างจัง พอรู้สึกตัวได้แล้วก็ทำการประมวณผลว่าสิ่งที่อยู่ในปากนั้นคือ ......หิมะ...... และแน่นอนว่าฝีมือไม่ใช่ใครอื่น แคชเชอร์จอมทะเล้นยังไงล่ะ
ซาวามุระตะโกนใส่อีคนก่อนจะหยิบหิมะขึ้นมาปั้นเป็นก้อนแล้วปาใส่อีกคนบ้าง ทั้งสองคนต่างผลัดกันปาผลัดกันกว้างจนเกิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณหอ เหล่านักเรียนที่อยู่ในหอพักต่างพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นพอได้เห็นคนสองคนปาหิมะกับอย่างสนุกสนานก็เกิดนึกสนุกลงมาเล่นกันบ้าง กลายเป็นว่าตอนนี้ที่หอพักนักเรียนหลายคนได้พาออกกันมาปาหิมะเล่นกันแทน เสียงหัวเราะที่ตอนแรกมีเพียงสองกลับกลายเป็นสิบ
.......ไม่แน่การเล่นหิมะในครั้งนี้อาจจะทำให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นก็ได้ ถึงจะมีคนอื่นมาปะปนด้วยก็ตาม......
talk : โอ้วเย่ ไอคัมแบ็คคคคค ขอโทษสำหรับตอนนี้นะคะที่ออกมาช้า ช้ามากๆ มากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว คือความจริงเรามีเวลาที่จะอัพแหล่ะแต่ขี้เกียจ+เปื่อยไลฟ์ด้วย เลยมาช้าแบบนี้ล่ะนะ 555555555 ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อยก็ขอโทษด้วยนะคะ เช่นเดิมค่ะ ถ้าอ่านตรงไหนแล้วติดขัดอะไรก็สามารุติเราได้ตลอดเลยเน้อ ตรงไหนมีคำผิดก็สามารถบอกได้ทุกเมื่อค่ะ เลิ๊ฟยูวววว T T
"เข้ามาก่อนสิ" คริสเดินนำเข้ามาในบ้านก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ตามมาข้างหลังทำตัวตามสบายกับบ้านของเขา
"โอ้!! ยู กลับมาแล้วเหรอ?ทำไมไม่บอกเลยล่ะ" บุคคลเจ้าของชื่อ ดิแอนิมอล ผู้เป็นที่เป็นอดีตโปรเบสบอลอีกทั้งยังเป็นพ่อของคริสกล่าวทักชายลูกชายคนเดียวของเขาหลังจากเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ชายวัยกลางคนมองผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังลูกชายของเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลนั้นคือเจ้าเด็กที่มาหาคริสเมื่อตอนที่คริสนั้นทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลเมื่อคราวนั้นนี่เอง
"สวัสดีครับ! ซาวามุระครับ! วันนี้ขอรบกวนหน่อยนะครับ!" ซาวามุระมองชายผู้เป็นบิดาของรุ่นพี่ที่เขาเคารพก่อนจะก้มหัวร้อยแปดสิงองศาทำความรู้จักตามมารยาทที่ควรพึงมี แต่สงสัยมารยาทที่เขาแสดงออกไปคงจะเยอะไปหน่อย
"พ่อครับ เดี๋ยวผมจะอยู่บนห้องนะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้ตลอดเวลาเลยนะครับ" คริสกล่าวทักทายผู้เป็นบิดาของตนเองก่อนจะเดินนำขึ้นห้องให้อีกคนตามมา ซาวามุระเดินตามอีกคนเข้าไปภายในบ้านอย่างเก้ๆกังๆ ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี ระหว่างที่ตนกำลังคิดอยู่ว่าเรื่องที่จะปรึกษาคริสนั่นเขาควรจะเริิ่มต้นมันยังไงดีกว่าจะรู้ตัว เขาก็ตามรุ่นพี่มาถึงห้องเสียแล้ว
คริสเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก่อนจะถอดพวกเสื้อและผ้าพันคอออกจากร่างกาย ซาวามุระเดินเข้ามาในห้องพลางสำรวจ นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดไปทั่ว ห้องของคริสไม่มีอะไรมากมายมันก็เป็นแค่ห้องธรรมดาของชายหนุ่มแต่ติดตรงที่ว่าในห้องนั้นมีหนังสือพวกกีฬาเบสบอลและพวกม้วนกระดาษเมนูฝึกเพิ่มเข้ามาประดับห้องเท่านั้นเอง
"นายนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาชามาให้"
"ครับ!" ซาวามุระขานพร้อมพยักหน้าหงึกๆ
พอคริสออกไปจากห้องเด็กหนุ่มก็นั่งลงในท่าที่เจ้าตัวคิดว่าเหมาะสมที่สุด ซาวามุระมองไปรอบๆห้องอย่างนึกสนอกสนใจแต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะจู่ๆเจ้าตัวก็ดันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นขึ้นมาซะได้เขาเองก็ไม่รู้ว่ามิยูกิทำแบบนั้นมีจุดประสงค์อะไร ปกติมิยูกิก็ชอบแหย่เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่พอถูกแหย่ในกรณีนี้ก็ทำให้เขาอดนึกขวัญเสียไม่ได้ ซาวามุระยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ไออุ่นที่ถูกอีกฝ่ายทาบทับลงมามันยังคงซึบซับอยู่ไม่จางหาย มันไม่แปลกเลยที่เขาจะตกใจจนเผลอต่อยออกไปจนอีกฝ่ายได้เลือด ผู้ชายที่ไหนกันจู่ๆก็เข้ามาจูบซึ่งๆหน้าบ้าไปแล้ว!! จากนี้ไปเขาคงต้องหลบหน้าเจ้ารุ่นพี่ขี้แกล้งนั้นซักพักแล้วล่ะ ระหว่างที่ซาวามุระกำลังคิดอยู่นั่นคริสก็เข้ามาพอดีพร้อมกับถาดถ้วยชาในมือ
"ขอบคุณครับ" ซาวามุระกล่าวขอบคุณ
"ไม่เป็นไร"
ซาวามุระรับถ้วยชาเข้ามาให้มือก่อนที่จะจิบมันเพื่อให้ร่างกายรู้สึกอุ่นขึ้น
"แล้วเรื่องที่เธอจะปรึกษาน่ะ ว่ายังไง?" คริสไม่พิรี้พิไรพูดเปิดเรื่องเข้าประเด็น ซาวามุระชะงักไปครู่หนึ่งอันที่จริงเขาเองก็ไม่กล้าจะบอกเรื่องจริงซักเท่าไหร่ เอายังไงดีแต่งเรื่องดีมั้ย? หรือโกหกว่าเป็นคนอื่นดี?
"เอ่อ.... คือ... คริสเซมไปเคยมีจูบแรกรึยังครับ?"
"หืม? จูบแรก?" คริสทวนคำถามอีกฝ่าย
ซาวามุระก้มหน้างุดรู้สึกอายกับสิ่งที่ถามออกไป ไม่รู้ว่าคริสจะคิดยังไงกับคำถามนี้
"ค...คือว่า เพื่อนผมที่เรียนด้วยกับตอนม.ต้นมันถามผมมาน่ะครับ! ว่ารู้สึกยังไง ผมไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องนี้เลยคิดว่าน่าจะลองถามคริสเซมไปดู.....รู้งี้ไม่ถามแต่แรกก็ดีหรอก...." ซาวามุระรีบแก้ตัวทันทีเพราะกลัวคนตรงหน้าเข้าใจผิดก่อนจะพึมพำประโยคหลังกับตัวเองเบาๆ
"อืม... จะว่ายังไงดีล่ะ" คริสจับคางตัวเองพลางพิจารณาคำถาม ทันทีที่ซาวามุระได้ยินก็รีบหันหน้าไปมองคริสทันที
"เซมไปมีจูบแรกแล้วเหรอครับ?!"
"แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ" คริสลอบยิ้มเล็กน้อย
"ผมไม่รู้หรอกครับ..." แหงล่ะใครจะไปกล้าก้าวก่ายเรื่องแบบนี้กันเล่า! แต่ความจริงก็แอบเสนอหน้าไปนิดนึงแล้วล่ะ
"งั้นฉันขอถามก่อน ว่าเพื่อนเธอคนนั้นรู้สึกยังไงกับจูบนั้น"
ซาวามุระอึกอักไปเล็กน้อยก่อนจะงัดความรู้สึกของบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรกออกมา .....บอกความจริงไปตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อว ทำไมต้องมาสร้างคำโกหกแบบนี้ด้วยนะ.....
"หมอนั่นบอกว่าตกใจมากเลยครับ แถมรู้สึกกลัว สบสน แต่ในใจมันจั๊กจี้พิกล เหมือนตัวจะลอยแต่จู่ๆก็โดนฉุดลงมาจนตัวกระแทกพื้นเลยล่ะครับ"
"ความรู้สึกดูคลุมเครือนะ อย่างกับว่าเพื่อนเธอคนนี้ก็พึงพอใจแต่ก็มีความรู้สึกกังวลในเวลาเดียวกัน"
"อย่างงั้นเหรอครับ...." ซาวามุระขานรับแสียงแผ่วก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มแก้กระหาย
"บางทีเพื่อนของเธออาจจะชอบคนๆนั้นก็ได้นะ แต่แค่มีบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหยุดความรู้สึกตรงนี้ เลยกลายเป็นว่าจะชอบแต่ก็ชอบไม่ได้อย่างงั้นแหล่ะ"
พรูดดดดดดดด
จู่ๆน้ำชาที่ซาวามุระก็ร่วมใจกันที่จะไม่เดินไหลลงลำคอแต่กลับวิ่งย้อนออกจากปากแทน คริสตกใจก็ปฏิกิริยารุ่นน้องของตนเองก่อนจะรีบไปหยิบกล่องทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดตรงส่วนที่น้ำหก
"แค่กๆ... ขอโทษนะครับ! แค่กๆ" ซาวามุระกล่าวขอโทษขอโพยพลางเอาทิชชู่มาช่วยคริสเช็ดคราบน้ำชาไปพลาง
"ไม่เป็นไร ว่าแต่เธอเถอะไม่เป็นไรนะ สำลักน้ำชาขนาดนั้น" คริสถามด้วยความเป็นห่วง
"ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับ"
"ความจริงกับเรื่องแค่นี้เธอไม่จำเป็นต้องถึงกับขอมาบ้านฉันเลยนะ"
"ก็ผมไม่รู้ว่าควรทำตัวยังนี่ครับ!!! อีกอย่างมันเป็นครั้งแรกของผมด้วย!!" ซาวามุระตะโกนเสียงดังกลบเกลื่อน ใบหน้าของเด็กหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นสีชมพูสาเหตุเป็นเพราะเขินจากคำตอบของรุ่นพี่หรือหน้าแดงจากการตะโกนกันแน่
"หึ... ไหนๆเธอก็มาถึงบ้านฉันทั้งที เราควรจะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดนะ" คริสพูดออกมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะของตัวเองพลางหาบางสิ่ง
"ยังไงเหรอครับ?" ซาวามุระถามอย่างสงสัย
"ฉันคิดเมนูฝึกใหม่สำหรับนายได้เมื่อสองวันก่อน อีกอย่างวันนี้นายก็มาบ้านฉันแล้ว ฉันว่าเราควรจะมาฝึกซ้อมเมนูใหม่กันหน่อย เพื่อให้ร่างกายของนายได้วอร์มตลอดเวลา จะได้ไม่ไปผืดอีกทีตอนฝึกซ้อม เธอว่ายังไงล่ะ?" คริสกล่าวยิ้มๆแล้วชูเจ้าม้วนกระดาษกลมๆด้านนอกสีเขียวออกมา ซาวามุระมองเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือของรุ่นพี่ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่
......เหตุการณ์ตรงหน้าช่างตรงกับสุภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่าหนีเสือปะจระเข้เสียจริง.......
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
มิยูกินอนเอามือก่ายหน้าผากก่อนจะมองนาฬิกาที่ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆแล้ว ทั้งวันเขามัวแต่คิดแค่เรื่องของซาวามุระจนแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
"เฮ้อ" เสียงถอนหายใจที่ไม่อาจนับได้ว่าเป้นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วถูกพ่นออกมาจากริมผีปากซีด
มิยูกิพลิกตัวไปมากับที่นอน อยากจะนอนก็นอนไม่ได้พยายามข่มตาหลับตั้งแต่สามทุ่มก็ดันนึกถึงใบหน้าของเจ้ารุ่นน้องจอมป่วนเมื่อเช้านี้เสียอีก ให้ตายสินี่เขาต้องเป็นบ้าหรือเพื้ยนไปแล้วแน่ๆ เขาควรจะทำอะไรซักอย่างเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้ คิดได้ดังนั้นแคชเชอร์หนุ่มก็เด้งตัวลุกจากเตียงก่อนจะหยิบเสื้อโค้ดของตัวเองแล้วลงไปเดินเล่นข้างล่าง อย่างน้อยอากาศเย็นๆก็น่าจะช่วยให้เลิกฟุ้งซ่านได้
สวบ สวบ
เสียงฝีเท้าที่ถูกกดน้ำหนังลงบนพื้นหิมะส่งเสียงเป็นทาง
"หนาววุ้ย น่าจะหยิบหมวกหรือไม่ก็ถุงมือออกมาแฮะ" มิยูกิถูมือเพื่อคลายหนาวพลางบ่นไปพลาง จากใบหน้าที่มีเลือดฝาดก็ยิ่งฝาดเข้าไปอีก หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าร่วงลงมาตกที่ผมบ้างกัดผิวบ้างจนตอนนี้จมูกของเจ้าตัวก็เริ่มที่จะแดงขึ้นเรื่อยๆตามสีของใบหน้า
หลังจากที่เดินเล่นมาได้พอสมควรแล้วแต่มิยูกิก็เลือกที่จะยืนอยู่ข้างนอกต่อ ดวงตาสีน้ำตาลธรรมชาติเหม่อมองออกไปตรงประตูหอซึ่งเป็นทางเดียวกับที่เจ้าพิชเชอร์จอมยุ่งนั้นเดินออกไป ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้จะกลับมาที่หอรึยัง เพราะเขาเองก็แทบไม่ได้ออกจากห้องของตัวเองเลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างนอกเป็นเช่นไร หรือยังอยู่ที่บ้านของคริสเซมไปกันนะ..... เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าสองคนนั้นทำอะไรกันบ้างแต่อย่างน้อยซาวามุระก็คงจะมีความสุขมากกว่าอยู่กับเขา
ยิ่งคิดถึงหมอนั้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บแผลตรงมุมมากเท่านั้น มันไม่ได้เจ็บแค่ภายนอกแต่มันยังรวมไปถึง ......หัวใจ......
"โฮ้ย เจ็บชะมัดเลยแผลที่เจ้าบ้านั่นต่อย เห็นตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็แรงเยอะใช้ได้แฮะ ฮะๆ" มิยูกิพูดกับตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมา
สวบ สวบ
มิยูกิหันไปตามเสียงฝีเท้าของใครซักคนซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เขาแน่ๆเพราะเขายังยืนอยู่แถมไม่ได้เดินไปไหนด้วย สายตาของแคชเชอร์หนุ่มหันไปมองผู้มาเยือน
อากาศข้างนอกที่ว่าหนาวเย็นแล้วก็ยังไม่หนาวเท่ากับการที่ต้องมาเผชิญหน้ากับบุคคลที่ยังไม่อยากเจอหน้ากันในเวลานี้
"ทำไมนายยังไม่นอนล่ะ" เสียงใสๆถามขึ้นมา่อนจะสบตากับคนที่อยู่ตรงหน้า
"นอนไม่หลับน่ะ เลยออกมาเดินเล่น"
"นายจะบ้าเหรอ?! ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนแบบนี้ได้แข็งตายแน่!" ซาวามุระตะโกนว่าให้กับความเพี้ยนของมิยูกิเสียงดังตามแบบฉบับของตน
"แล้วนายล่ะ ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้" คราวนี้ถึงตามิยูกิยิงคำถามใส่มั่ง
"ก็คริสเซมไปน่ะสิ ดันคิดเมนูฝึกใหม่ขึ้นมาเลยให้ฉันอยู่ฝึก ตอนนี้เมื่อยตัวไปหมดแล้ว!" เด็กหนุ่มว่าพลางขยับตัวบิดร่างกายไปมาเพื่อคลายความเมื่อล้าที่ได้ประสบพบเจอมา
"มีความสุขมากสินะ ทีกับฉันนี้ปล่อยให้เจอกับความเจ็บปวดตรงปากที่นายประเคนมา ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลยรับผิดชอบด้วย" มิยูกิว่าทีเล่นทีใส่
"ก็นายสมควรแล้วที่จะโดนมัน!!"
"โอ้ยๆๆๆๆ เจ็บๆๆๆๆ เจ็บจังเลย ใครก็ไม่รู้ทำร้ายร่างกายแล้วไม่ยอมรับผิดชอบอีก" มิยูกิจับมุมปากบริเวณที่โดนต่อยแล้วร้องโอดครวญออกมา ทำให้ซาวามุระที่โง่อยู่แล้วเป็นทุนเดิม โง่มากขึ้นไปอีก เด็กหนุ่มลุกลี้ลุกลนกับอาการของคนตรงหน้า เพราะเขาไม่รู้ว่าบุคคลที่ร้องโอดโอยตอนนี้พูดจริงหรือพูดปดใส่เขาอีกกันแน่ ....ไม่กล้าไว้ใจ....
"เฮ้ยๆ นายทำให้ฉันรู้สึกผิดนะเจ้าบ้า!"
"ถ้าไม่อยากรู้สึกผิดก็ทำแผลให้ฉันสิ"
"นี่นายยังไม่ทำแผลอีกเหรอ?"
"ยัง" มิยูกิกล่าวก่อนจะยิ้มทะเล้นใส่อีกคนหนึ่งทีแต่ก็ต้องชะงักเพราะแผลที่อักเสบอยู่เลยทำให้เจ้าตัวยมือขึ้นมากุม ซาวามุระเห้นท่าทางเป็นนั้นก็อดที่จะหัวเราะสมน้ำหน้าในความไม่เจียมตัวของอีกคนได้ ระหว่างที่ซาวามุระกำลังหัวเราะอยู่นั้นจู่ๆเจ้าหัวก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามากระแทกเข้าที่ผากอย่างจัง พอรู้สึกตัวได้แล้วก็ทำการประมวณผลว่าสิ่งที่อยู่ในปากนั้นคือ ......หิมะ...... และแน่นอนว่าฝีมือไม่ใช่ใครอื่น แคชเชอร์จอมทะเล้นยังไงล่ะ
ซาวามุระตะโกนใส่อีคนก่อนจะหยิบหิมะขึ้นมาปั้นเป็นก้อนแล้วปาใส่อีกคนบ้าง ทั้งสองคนต่างผลัดกันปาผลัดกันกว้างจนเกิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณหอ เหล่านักเรียนที่อยู่ในหอพักต่างพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นพอได้เห็นคนสองคนปาหิมะกับอย่างสนุกสนานก็เกิดนึกสนุกลงมาเล่นกันบ้าง กลายเป็นว่าตอนนี้ที่หอพักนักเรียนหลายคนได้พาออกกันมาปาหิมะเล่นกันแทน เสียงหัวเราะที่ตอนแรกมีเพียงสองกลับกลายเป็นสิบ
.......ไม่แน่การเล่นหิมะในครั้งนี้อาจจะทำให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นก็ได้ ถึงจะมีคนอื่นมาปะปนด้วยก็ตาม......
talk : โอ้วเย่ ไอคัมแบ็คคคคค ขอโทษสำหรับตอนนี้นะคะที่ออกมาช้า ช้ามากๆ มากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว คือความจริงเรามีเวลาที่จะอัพแหล่ะแต่ขี้เกียจ+เปื่อยไลฟ์ด้วย เลยมาช้าแบบนี้ล่ะนะ 555555555 ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อยก็ขอโทษด้วยนะคะ เช่นเดิมค่ะ ถ้าอ่านตรงไหนแล้วติดขัดอะไรก็สามารุติเราได้ตลอดเลยเน้อ ตรงไหนมีคำผิดก็สามารถบอกได้ทุกเมื่อค่ะ เลิ๊ฟยูวววว T T
คริสเซมไป ดูไม่ได้คิดอะไรกับซาวามูระเลยแหะ
ตอบลบไรท์มสามากค่ะ จนเราคิดว่าคงไม่อัพแล้ว-3-
แต่ก็ดีที่ยังกลับมา
มาต่อเรื่อยๆนะคะ
3P ค่าาาา. เชียร์ทั้งคู่เลย. สนุกมากกกกกก ขอบคุณมากนะคะ
ตอบลบ