Pages

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

[Fic.Yowamushi Pedal] Summer P.1



pairing : Manami sangaku x Onoda sakamichi

rate      : PG

           

           

             หวี่... หวี่... เสียงของจั๊กจั่นที่ร้องตามต้นไม้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงฤดูใหม่แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้รู้สึกร้อนจนแทบเป็นบ้า กลิ่นไอแดดที่อบอวลไปทั่วทุกที่ไม่ว่าจะเป็นมุมถนน สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือแม้แต่โรงเรียน ถ้าพูดถึงหน้าร้อนทุกคนจะนึกถึงอะไร? ทะเล? งานเทศกาล? ดอกไม้ไฟ? หรือว่ายูคาตะ? ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นกลับไม่อยู่ในหัวของพ่อหนุ่มโอตาคุตัวน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว....


            "อืมเอาตัวไหนดีนะ.... อันนี้ก็รุ่นใหม่ที่เพิ่งออกด้วยสิ" โอโนดะ ซากามิจิ ที่ตอนนี้กำลังตกวิกลอย่างหนักในการเลือกซื้อของว่าเขาควรจะเอาอันไหนดีเพราะงบประมาณสิ่งของในมือนั้นดันเกินกำลังทรัพย์ของเขาเสียด้วยสิ ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์แว่นขนาดใหญ่ครุ่นคิดไปมาอย่างหาทางออก สุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องยอมแพ้แล้วไปบอกกับพี่เจ้าของร้านว่า'ขอจอง'ไว้ก่อน

            "เฮ้อ ถ้ามานามิคุงอยู่ด้วยก็ดีน่ะสิ จะได้ช่วยตัดสินใจเลือกได้ถูก" เจ้าของดวงตากลมถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย 
             
            โอโนดะพาเสือหมอบคู่ใจออกจากที่อากิบาฮาระเขายังเลือกที่จะไม่กลับบ้านในตอนนี้โอโนดะปั่นจักรยานไปเรื่อยๆตามทางที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนกว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็ขี่มันขึ้นเขามาเสียแล้ว โอโนดะปั่นจักรยานรอบเขาอยู่หนึ่งรอบก่อนที่จะลงจากตีนเขาแล้วตรงกลับบ้าน แล้วในระหว่างทางลงตีนเขานั้นโอโนดะก็บังเอิญเจอนารุโกะกับอิมาอิสึมิที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆตู้กดน้ำ ข้างกายของทั้งสองมีเสือหมอบติดมาด้วย ทั้งสองคนมาทำอะไรแถวนี้นะ 

           "นารุโกะคุง! อิมาอิสึมิคุง!" โอโนดะตะโกนเรียกทั้งสองพลางโบกมือ

           "โอ๊ะ! นั้นมันโอโนดะนี่!" นารุโกะที่ได้ยินเสียงตะโกนของโอโนดะรีบหันบอกอิมาอิสิมึที่ตอนนี้กำลังก้มลงไปเก็บขวดน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติ

           "นารุโกะคุงกับอิมาอิสึมิคุงมาทำอะไรเหรอครับ?" โอโนดะลงจากเสือหมอบแล้วเลือกที่จะเข็นมันเดินมาหาทั้งสองคนตรงหน้า

           "ก็นารุโกะน่ะสิ มาท้าฉันแข่งปั่นจักรยานน่ะ" อิมาอิสึมิตอบคำถามของโอโนดะพลางดื่มน้ำที่กดมาได้อย่างกระหาย

           "ใช่แล้ว และแน่นอนว่าฉันชนะล่ะ!!" นารุโกะพูดอย่างดีใจแต่คำพูดนั้นก็ไปสะกิดอิมาอิสึมิที่กำลังดื่มน้ำให้หันมามองคนที่พูดยอตัวเองอย่างดีอกดีใจ

           "อย่ามาตลก ฉันต่างหากที่ชนะนายอย่ามาพูดซี้ซั่วนะ" อิมาอิสึมิดันหัวนารุโกะจนศีรษะของอีกคนเอนไปข้างนึง

           "เฮ้ย แพ้แล้วพาลใส่นี่" นารุโกะโวยวาย

           "งั้นมาแข่งกันอีกรอบมั้ยล่ะ"

           "ได้สิ! ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!" 

           "น..นี่ ทั้งสองคนใจเย็นๆกันก่อนเถอะครับ" โอโนดะเห็นทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังแยกเขี้ยวใส่กันจึงพยายามห้ามปรามเอาไว้ เพราะคำห้ามของโอโนดะจึงทำให้ทั้งสองเลิกเขม่นกันซักพัก 

           "โอโนดะคุง ทำไมนายพึ่งลงจากเขาเหรอ? ขึ้นไปทำอะไรน่ะ?" นารุโกะถามเพราะเส้นทางที่โอโนดะมานั้นมันเป็นเส้นทางลงเขาจากโรงเรียนของพวกเขาเอง

           "เอ่อ... คือผมคิดอะไรเพลินๆน่ะ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ปั่นรอบเขาแล้วล่ะครับ" โอโนดะพูดออกมาอย่างยิ้มๆ

           "งั้นเหรอ ไหนๆก็ได้เจอกันแล้วนะมาปั่นจักรยานทั่วรอบเมืองกันมั้ย พวกเราทั้งสามคนน่ะ" นารุโกะเสนอความ

           "อื้ม! เอาสิผมเองก็อยากปั่นจักรยานกับนารุโกะคุงกับอิมาอิสึมิคุงด้วยนะ!"

           "แล้วนายว่ายังไงล่ะ" นารุโกะหันไปถามอิมาอิสิมิ

           "ฉันไม่ปฎิเสธแต่ไม่เกินห้าโมงเย็นนะ"

           "โอเคเลย ไปกันเถอะโอโนดะ!!"

           "อื้ม!!"

           
           ตลอดทางที่เด็กหนุ่มทั้งสามคนได้ใช้เวลาร่วมกันครั้งแรกหลังจากปิดเทอมหน้าร้อนเพราะตั้งแต่หลังการแข่งอินเตอร์ไฮน์เมื่อไม่นานมานี้ทำให้พวกเขาทั้งเหนื่อยทั้งอ่อนล้ามากจากการแข่ง กว่าจะใช้ระยะเวลารักษากล้ามเนื้อก็เสียเวลาไปหลายวัน นี่ยังออกมาจากบ้านมาได้ก็นับว่าบุญของร่างกายพวกเขาแล้ว ทุกเส้นทางที่พวกเขาไปนั้นมีเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะตลอดทางไม่มีความเงียบให้เข้าแทรกได้เลย แต่ช่วงเวลาที่แสนสุขมักจะผ่านไปเร็วกว่าพวกเขาจะรู้ตัวเวลาก็เย็นมากแล้วแถมยังเกินเวลาที่กำหนดเอาไว้เสียด้วย

         หลังจากที่โอโนดะร่ำรานารุโกะกับอิมาอิสึมิแล้วก็เข็นเสือหมอบตรงกลับบ้านทันที โอโนดะเลือกที่จะเข็นมันกลับเพราะว่าเขาอยากจะชมดวงอาทิตย์หน้าร้อนที่ตอนนี้กำลังค่อยๆลับขอบฟ้าไป คนตัวเล็กเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงบ้านตนเอง

         "กลับมาแล้วครับ" โอโนดะบอกประโยคที่แสดงถึงการกลับมาจากข้างนอกให้คนในบ้านได้ยิน

         "กลับมาแล้วเหรอซากามิจิ จะกินข้าวก่อนมั้ยลูก?" แล้วก็เป็นแม่ของโอโนดะที่ขานรับกลับมา 

         "ครับ เดี๋ยวผมขึ้นห้องแปปนึงนะครับ" โอโนดะบอกผู้เป็นแม่ก่อนจะขึ้นไปบนห้องของตัวเอง

         ทันทีที่โอโนดะขึ้นห้องมาเขาก็รีบเช็คเครื่องอัดวิดีโอก่อนเป็นอันดับแรกว่าได้อัดอนิเมะที่เขาตั้งค่าไว้ก่อนออกจากบ้านรึเปล่า

         ครืดดดด.......ครืดดดด

         แรงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายใต้กระเป๋ากางเกงทำให้โอโนดะต้องรับหยิบมันออกมา พอได้เห็นชื่อของบุคคลที่โทรมาแสดงอยู่บนหน้าจอก็ทำโอโนดะตกใจจนมือถือเกือบร่วงหล่นจากมือ                       
                                                            
 คุณมาคิชิมะ ยูซุเกะ

         "ส...สวัสดีครับ! คุณมาคิชิมะ!" โอโนดะขานรับโทรศัพท์เสียงดังลั่นจนทำให้คนปลายสายถึงกับเอาโทรศัพท์ออกห่างระยะนึง

         (โฮ่ย นายจะตะโกนทำไมโอโนดะ พูดเบาๆก็ได้ ฉันได้ยินเสียงนายอยู่แล้ว) คนปลายสายตอบกลับ

        "ค..คือ... ผมตกใจนิดหน่อยน่ะครับที่คุณมาคิชิมะโทรมาหาผม....."

        (นี่น่าตกใจขนาดนั้นเชียว.... ช่างมันเถอะ โอโนดะอาทิตย์หน้านายว่างมั้ย?)

        "อาทิตย์หน้า... ก็ว่างอยู่นะครับ ทำไมเหรอครับ?"

        (พอดีเจ้าโทโดมันโทรมาชวนให้ไปที่ฮาโกเนะน่ะ แล้วยังบอกอีกด้วยว่าชวนเพื่อนไปได้ ฉันเลยชวนทุกคนไป นายจะไปด้วยกันมั้ย?)

        "แล้วไปประมาณกี่วันเหรอครับ?"

         (3วัน2คืน ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเจ้าโทโดมันจัดการให้เอง)
     
        "เอ่อ.... ผมคงต้องของอนุญาติคุณแม่ก่อนน่ะครับ ถึงจะให้คำตอบได้...."

        (โอเค ถ้าได้คำตอบแล้วก็โทรมานะ แค่นี้ล่ะ) 

       "ซากามิจิ ลงมากินข้าวได้แล้ว" ทันทีที่คนปลายสายจบการสนทนาแม่ของโอโนดะก็เรียกเขาให้ลงไปทานมื้อเย็นทันที

       "ครับ! จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ" โอโนดะออกจากห้องแล้วรีบลงไปยังห้องอาหารทันที
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

       "ฮัลโหล คุณมาคิชิมะครับ อาทิตย์หน้าผมไปได้แล้วนะครับ แล้วเจอกันนะครับ" หลังจากที่โอโนเดะแจงสายให้มาคิชิมะทราบเจ้าตัวก็คุยเพิ่มเติมนิดหน่อยเกี่ยวกับทริปในอาทิตย์หน้าก่อนจะวางสายไป

       หลังจากที่โอโนดะจัดการธุระในกิจวัตรประจำวันเสร็จหมดแล้วเจ้าตัวก็ล้มลงตรงที่นอนอย่างหมดแรงไม่รู้ทำไมทั้งที่วันนีเขาไม่ได้ทำอะไรเยอะแยะแต่ทำไมมันรู้สึกหน่วงๆที่ร่างกายก็ไม่รู้ สงสัยคงเป็นเพราะการหาเหตุผลในการไปฮาโกเนะให้กับแม่ในอีกหนึ่งสัปดาห์หน้าล่ะมั้ง ก็แม่ของเขาดันถามซะจนเขาไม่มีที่ว่างในการให้เหตุผลเลย อย่างเช่น ไปที่ไหน? เมื่อไหร่? กี่วัน? กับใคร? มีใครบ้าง? จะอยู่ได้หรือ? ไม่ลำบากนะ? จัดของเมื่อไหร่? ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง? สารพัดจะถามเกี่ยวกับเขา แต่มีประโยคนึงที่พอเขาฟังแล้วก็ทำให้รู้ว่าแม่ของเขานั้นรักและเป็นห่วงเขาขนาดไหน 


ดูและตัวเองดีๆนะ ซากามิจิ

       ในขณะที่โอโนดะกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นมือถือของเขาก็สั่นแจ้งเตือนว่ามีอีเมลล์ส่งมาโอโนดะรีบเปิดดูเมลล์นั้นทันทีที่พบชื่อและหัวข้อของคนที่ส่งมาก็ทำให้เขานั้นรู้สึกทั้งตื่นเต้นและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ดีใจจัง คงเป็นคำเดียวทำแทนความรู้สึกของเขาทั้งหมดในตอนนี้

                                                        ผู้ส่ง  มานามิ ซังกาคุ
                                                       ถึง     โอโนดะ ซากามิจิ  
                                                      หัวข้อ อาทิตย์หน้า
         
อาทิตย์หน้าเจอกันนะ ซากามิจิคุง
ผมรอที่จะเจอเธอจนแทบทนไม่ไหวเลยล่ะ

                                     ซังกาคุ

        หลังจากที่โอโนดะอ่านเมลล์จบก็รีบส่งเมลล์ตอบกลับให้อีกฝ่ายอย่างลุกลี้ลุกลน

                                                       ผู้ส่ง  โอโนดะ ซากามิจิ
                                                       ถึง     มานามิ ซังกาคุ
                                                      หัวข้อ แล้วเจอกัน

ผมเองก็รอที่จะเจอกับ มานามิคุงเหมือนกันนะ

                                       ซากามิจิ

         พอส่งเสร็จเรียบร้อยโอโนดะก็นอนทันทีแต่ความรู้สึกพองโตในจิตใจนั้นทำให้ไม่อาจนอนหลับลงได้ มีความสุข มีความสุขมากๆ สุขจนร่างกายจะระเบิดทันทีถ้าเขายังไม่เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วนอนซะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
       1 อาทิตย์ต่อมา

       ครบกำหนดหนึ่งอาทิตย์ที่ชมรมจักรยานชูโกคุจะได้เจอกับชมรมจักรยานฮาโกเนะ ทว่าไม่ใช่เพราะมาท้าแข่งขันอะไร  แต่จัดเป็นทริปเที่ยวหน้าร้อนด้วยกันของสองโรงเรียนคู่แข่ง จะว่าเป็นคู่แข่งเสมอไปก็ไม่ใช่เพราะคนในชมรมของสองโรงเรียนนี้ก็รู้จักกันมานานพอสมควรจึงสามารถเป็นทั้งคู่แข่งและเพื่อน
รถตู้ทางฝั่งชูโกคุได้มาถึงที่นัดหมายเรียบร้อย เหลือเพียงรอให้เจ้าบ้านมาทำการต้อนรับ

      "โฮ้ย!! มาคิจัง! ทางนี้" โทโด ชายหนุ่มผู้มีที่คาดหัวอันเป็นเอกลักษณ์และช่างหลงตัวเองได้เรียกเพื่อนสนิท(?)ต่างโรงเรียนของเขา
                                                      
      "ว่าไงโทโด" 

      "เอ๋ พวกนายมากันแค่หกคนเองเหรอ? แล้วเด็กอีกสามคนในชมรมของนายล่ะมาคิจัง?" โทโดถามอย่างตกใจพร้อมกับไล่นิ้วชี้ไปทีล่ะคน ทางฝั่งชูโฮคุที่มีก็ โอโนดะ นารุโกะ อิมาอิซึมิ คินโจ ทาโดโกโระ และมาคิชิมะ

     "พอดีอีกสามคนไม่ว่างมาน่ะ คนนึงก็ไปเรียนเสริม อีกสองคนก็ไปเที่ยวกับครอบครัว" 

     "เห.... งั้นช่างมันเถอะ เราจองที่พักไว้ให้แล้วนะ เป็นเรียวคังสำหรับสามวันสองคืนล่ะ!" 

     "ชิ... นี่นายจะใช้เงินเปลืองไปไหน มากันเท่านี้จองเป็นโรงแรมสองห้องก็พอแล้วแท้ๆ"

     "ได้ไงล่ะมาคิจัง ทางชูโกคุมาทั้งทีก็ควรหาที่พักดีๆให้สิ อีกอย่างพวกฉันก็พักอยู่ด้วยนะ"

     "โห.. จริงรึปล่ารุ่นพี่โทโด ที่ให้เรามาพักเรียวคังน่ะ" นารุโกะถามตาเป็นประกาย เขาไม่คิดเลยว่าแค่มาทริปสนุกๆดันได้มาพักเรียวคังของที่นี่ด้วย นับว่าเป็นผลพลอยได้ที่เยี่ยมมาก

     "นารุโกะ เก็บอาการหน่อย น้ำลายไหลแล้ว" อิมาอิสึมิแขวะนารุโกะเข้าให้หนึ่งดอก

     "นายอย่ามาขัดความคิดฉันสิ!"

     "นี่ทั้งสองคนเรามาพักผ่อนนะ ไม่ได้มาต่อสู้กับใคร เลิกกัดกันได้แล้ว" ทาโดโกโระพูดห้ามปรามทั้งสองคน

     "ทางฝั่งชูโกคุต้องขอขอบคุณจริงๆที่ฮาโกเนะได้จัดเตรียมที่พักดีๆไว้ให้ขอบคุณมาก" คินโจผู้เป็นกับตันชมรมกล่าวขอบคุณโทโดที่คอยหาที่พักให้พวกเขาเสียเพรียบร้อมขนาดนี้

     "ไม่เป็นไรหรอกคุณกัปตัน ฝั่งเราต่างหากควรจะขอบคุณที่พวกนายมาตามคำเชิญของฉันนะ" โทโดกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย

     "เอาล่ะ ฉันจะพาพวกนายไปที่พักนะ ทางฝั่งฮาโกเนะก็อยู่ที่นั้นกันเรียบร้อยแล้วไปกันเถอะ" โทโดบอกแล้วเดินนำทางทุกคนไปยังที่พักที่เขาได้จองไว้ล่วงหน้าแล้ว 

     พอมาถึงที่หมายทุกคนถูกพานำไปยังห้องของตนโดยห้องนึงจำกัดให้อยู่กันสามคนเท่านั้นเพราะเรียวคังนี้เป็นเรียวคังที่พึ่งเปิดใหม่ถึงจะมีห้องมากก็จริงแต่ตัวห้องนั้นไม่ได้กว้างมากพอที่จะสามารถอยู่ร่วมกันหกคนได้ในคราวเดียว จึงต้องจัดแบ่งออกเป็นสองห้อง ดังนั้นห้องนึงก็มี โอโนดะ นารุโกะ อิมาอิสึมิ ส่วนอีกห้องก็เป็น มาคิชิมะ คินโจ มาโดโกโระ

    "ว้าวววว เรียวคังงงงง" นารุโกะที่เข้ามาถึงรีบโยนกระเป๋าแล้วกลิ้งไปทั่วทั้งห้อง

    "นารุโกะคุง ลุกขึ้นมาจัดกระเป๋าก่อนครับ" โอโนดะที่เข้าตามมาเดินไปตรงมุมสำหรับวางกระเป๋าแล้วเตรียมของใช้ที่จำเป็น

    "รู้แล้วล่ะโอโนดะ เดี๋ยวฉันค่อยทำนะ"

    อิมาอิสึมิที่เขามาทีหลังเห็นนารุโกะนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นก็ถอนหายใจพลางหยิบกระเป๋าของเจ้าหนุ่มผมแดงไปวางไว้มุมวางกระเป๋าแล้วก็บ่นอุบอิบ

    "ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้หมอนั้นนะ" อิมาอิสึมิบ่นเบาๆ

   "เอาเถอะครับ อิมาอิสึมิคุง นารุโกะคุงเขาคงมีความสุขมากเลยอยากอยู่แบบนั้นซักพัก" โอโนดะให้แก้ตัวแทนแล้วยิ้มออกมาเบาๆ

   "ถึงจะดีใจยังไงก็น่าจะมาเก็บกระเป๋าก่อนนะ" 


   ทั่กๆๆๆๆๆๆ ครืด!! เสียงเร่งฝีเท้าที่ดังอยู่ตามทางเดินจนมาสิ้นสุดอยู่ที่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง เสียงเปิดประตูที่ดังครืดส่งสัญญาณถึงผู้บุกรุกที่เข้ามาใหม่ 

   "เอ๋... ใครน่ะ?" นารุโกะเงยหน้ามามองผู้ที่บุกรุกยังห้องของเขาและเพื่อนๆ

   "ซากามิจิคุงล่ะ?" ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเฉกเช่นเดียวกับสีผมของเขากวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะก้มลงไปถามนารุโกะที่บัดนี้ก็ยังคงไม่ลุกไปไหน

   "อยู่ตรง... ตรง.. ตรงนั้นไง!" นารุโกะกวาดสายตาไปรอบห้องก่อนจะหันไปชี้เด็กหนุ่มตัวเล็กที่ตอนนี้เดินออกมาเพราะเจ้าตัวนั้นสงสัยว่าใครกันที่เปิดประตูห้องของเขาซะเสียงดังขนาดนี้ ทันทีที่โอโนดะเดินออกมาสายก็พลันจับจ้องเด็กหนุ่มที่เข้ามาใหม่ก่อนจะเอ่ยชื่อของคนนั้นออกมา

   "มานามิคุง..." ดวงตากลมที่อยู่หลังแว่นสายตาเบิกกว้าง ก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายเต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ ความรู้สึกต่างๆที่ถาโถมเข้ามาทำให้ไม่รู้ว่าจะพูดออกไปอย่างไร

   "ไง ซากามิจิคุง.... ได้เจอกันแล้วนะ" มานามิเอ่ยเรียกร่างเล็กตรงหน้า รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าบ่งบอกได้ดีเลยว่าอีกคนมีความสุขแค่ไหนที่ได้เห็นร่างเล็กๆดวงตากลมโตอีกครั้ง เขาอยากจะเข้าไปกอดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังคงมีคนอื่นอยู่เลยทำได้แต่รั้งตัวเองไว้ไม่ให้ทำอะไรบู่มบ่ามไปเสียก่อน


ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที ซากามิจิคุง

    
     

        
        
         
TBC.


         

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น