Pages

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

[Fic.Yowamushi Pedal] Summer P.2




pairing : Manami sangaku x Onoda sakamichi

rate      : PG


            "เฮ้ โอโนดะ นายจะไปเดินเล่นกับหมอนั้นก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวทางนี้พวกฉันจัดการเอง" อิมาอิสึมิที่เดินตามมาดูบอกโอโนดะ เพราะเขาเองก็ทราบดีว่าโอโนดะอยากเจอมานามิแค่ไหน ก็เป็นคนประเภทเดียวกันนี่นะ แต่โอโนดะดันเป็นโอตาคุเท่านั้นเอง


            "ได้เหรอ อิมาอิสึมิคุง?"

            "อื้ม นายไปเถอะ ส่วนนายมาจัดกระเป๋าตัวเองได้แล้ว" อิมาอิสึมิตอบกลับก่อนจะลากนารุโกะที่นอนขวางทางให้ไปช่วยจัดของด้วย

            โอโนดะออกไปเดินเล่นข้างนอกกับมานามิถึงแม้ว่าสภาพอากาศในตอนนี้จะไม่เป็นใจเท่าไหร่ก็ตาม ทั้งสองแวะเข้ามินิมาร์กข้างทางแล้วซื้อหวานเย็นกันมาคนละแท่งเพื่อคลายร้อน วันนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษไม่ใช่แค่แดดแรงอย่างเดียว ทั้งยังความร้อนที่ตลบอบอวลไปทั่วนี่อีก เอาเป็นว่าถ้าเขาทั้งสองคนไม่ซื้อหวานเย็นมากินคงแห้งตายคาถนนแน่

            "ซากามิจิคุงสบายดีนะ ตั้งแต่จบการแข่งอินเตอร์ไฮน์นายก็ไม่ติดต่อฉันมาเลย" มานามิพูดพลางกัดหวานเย็นที่ตอนนี้กำลังจะละลายได้ที่

            "อื้ม ผมสบายดี แต่แค่มันมีอะไรนิดหน่อยน่ะ"

            "อะไรนิดหน่อยที่ว่านี่คืออะไรเหรอ?" 

            "เอ่อ พอดีผมต้องเรียนเสริมที่โรงเรียนนิดหน่อยน่ะ เลยไม่ได้ติดต่อนายแล้วก็เรื่องอื่นๆอีกด้วย"

            "อ่อ เหมือนกันเลยเนอะ ผมเองก็เรียนเสริมเหมือนกัน เรานี่เหมือนกันเลยนะ ตั้งแต่ชอบไต่เขาล่ะ" มานามิกินหวานเย็นที่เหลืออยู่นิดเดียวหมดภายในคำเดียว ทั้งที่โอโนดะยังกินไปได้แค่ครึ่งแท่งเอง

            "นั้นสินะ แล้วมานามิคุงล่ะนอกจากเรียนเสริมแล้วทำอะไรบ้างเหรอ?" คราวนี้เป็นฝ่ายโอโนดะที่ถามกลับไป

            "ก็ไต่เขาตามปกตินั้นแหล่ะไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก"

            "เห.... ดีจังเลยนะ ผมเองก็ดูการตูนทั้งวันเหมือนกัน" โอโนดะพูดยิ้มๆระหว่างที่โอโนดะพูดอยู่หวานเย็นในมือก็ทำท่าว่าหกลงพื้นจนมานามิสังเกตเห็น

            "ซากามิจิคุง หวานเย็นจะละลายหมดแล้วนะ" 

            "อ... เอ๋..."

             โอโนดะหันมามองมือที่ถือแท่งหวานเย็นใกล้จะละลายจริงๆด้วย พอเห็นดังนั้นโอโนดะเลยรีบกินอย่าร้อนรนเพื่อไม่ให้ละลายหยดลงมือ แต่กลับดันไปเลอะหน้าของเขาแทนซะงั้น มานามิที่เห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ จึงยื่นนิ้วไปเช็ดคราบหวานเย็นก่อนจะยกขึ้นมาเลีย โอโนดะที่เห็นการกระทำของคนที่สูงกว่าใบหน้าก็พลันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

            "อี๋.... เค็มจัง" ทันทีที่ประสาทรับรสทำงานมานามิก็หลับตาปี๋กับความเค็มที่ตัวเองเพิ่งเอาเข้าปากไป

            "ก็นั้นมันเหงื่อนี่ครับ ใครเขาให้ชิมเหงื่อกันล่ะ" โอโนดะพูดอย่างเคอะเขิน

            "นั้นสิเนอะ งั้นเราไปล้างหน้าตรงก็อกน้ำนั้นกันเถอะ" เจ้าของประโยคเมื่อครู่ลากมือคนตัวเล็กกว่าให้ไปตรงก็อกน้ำที่ใกล้ที่สุด เมื่อทั้งสองล้างหน้าล้างมือกันเรียบร้อยจู่ๆมานามิก็เกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ควักน้ำสาดใส่โอโนดะ น้ำที่ถูกสาดไหลตั้งแต่ศีรษะจรดคางไล่ลงมาเรื่อยๆจนหายลับเข้าไปภายในสาบเสื้อของอีกคน โอโนดะที่ถูกกระทำเช่นนี้ใส่ก็เกิดอาการนิ่งค้างไปซักระยะหนึ่ง

            "มานามิคุง มันเปียกนะครับ" โอโนดะทำหน้าหงอยใส่อีกคน แทนที่เจ้าตัวควรจะรู้สึกผิดแต่ไม่เลย รู้สึกว่าโอโนดะน่ารักขึ้นมาซะดื้อๆเสียอย่างนั้น น่าแกล้ง

            "ผมแค่ล้อเล่นน่ะ เรากลับเรียวคังกันเถอะ" 

            ระหว่างทางที่เดินกลับมานามิก็ยังคงแกล้งโอโนดะตลอดทาง โอโนดะไม่มีท่าทีว่าจะโกรธเลย เขาเพียงแต่ขำแล้วก็แกล้งอีกฝ่ายกลับนิดหน่อยเท่านั้น ไม่รู้เพราะอะไรการที่เขาได้อยู่กับมานามิมันทำให้อบอุ่นหัวใจได้ขนาดนี้.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
           "โฮ้ย!! โอโนดะ! รุ่นพี่มาคิชิมะบอกว่าคืนนี้จะมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟล่ะ! ไปกันเถอะ!" 

           นารุโกะถามโอโนดะที่ตอนนี้นั่งอยู่ตรงระเบียงห้องอย่างตื่นเต้น ความจริงเขาเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้เองตอนที่กำลังเดินกลับมายังเรียวคัง มานามิเป็นคนบอกเขาว่าคืนนี้จะมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟตรงวัดใกล้ๆนี่แถมเอ่ยปากให้ชวนไปด้วยกัน

           "อื้ม! ผมทราบมาจากมานามิคุงแล้วล่ะครับ แล้วคุณมาคิชิมะบอกจะไปกี่โมงล่ะ?"

           "หนึ่งทุ่มหน้าเรียวคังน่ะ อาบน้ำกินข้าวให้เรียบร้อยแล้วก็ไปกัน เห็นบอกว่าทางฝั่งฮาโกเนะก็ไปด้วย น่าสนุกชะมัดเลย!!" นารุโกะพูดพลางฉีกยิ้มกว้าง

           "นั่นสินะ" โอโนดะยิ้มให้กับคนหัวแดงที่อยู่ตรงหน้า

           "แล้วอิมาอิสึมิคุงล่ะนารุโกะคุง เขาไปด้วยรึเปล่า?" โอโนดะที่เพิ่งนึกได้ว่าอิมาอิสึมิไม่ได้อยู่ในห้องจึงถามนารุโกะ

           "ไม่รู้สิ รอหมอนั่นกลับมาก่อนแล้วค่อยไปชวน"

           "เหรอครับ แล้วตอนนี้อิมาอิสึมิคุงอยู่ไหนล่ะครับ?"

           "เห็นว่าจะไปเดินเล่นข้างนอกน่ะ หมอนั้นมันบ้าแหงๆ อากาศร้อนขนาดนี้ยังจะไปเดินเล่นอีก" นารุโกะนอนแผ่กลางห้องตำหนิบุคคลที่เป็นหัวข้อในการสนทนา

           "ฮ่ะๆๆๆ" โอโนดะไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีจึงได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน

           เทศกาลดอกไม้ไฟเหรอ? ถ้ามีดอกไม้ไฟมาเล่นด้วยคงจะสนุกกว่านี้นะ คิดได้ดังนั้นโอโนดะก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่ลีมบอกนารุโกะว่าตัวเขานั้นไปไหน ยี่สิบนาทีที่โอโนดะใช้เวลาในการหาซื้อดอกไม้ไฟ โชคดีที่วันนี้เป็นงานเทศกาลพอดีร้านค้าจึงขายดอกไม้ไฟกับเกลื่อนกลาดมีเด็กตัวเล็กๆหลายคนมาซื้อกับพ่อแม่ บางทีก็มีเด็กวัยรุ่นที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขาก็สนใจเจ้าดอกไม้ไฟด้วย นึกว่าจะมีแค่เขาคนเดียวเสียอีก

          โอโนดะเดินกลับเรียวคังด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม เขาหวังว่าจะได้เล่นดอกไม้ไฟกับทุกคน

          "กลับมาแล้วครับนารุโกะคุง"

          "กลับมาแล้วเหรอโอโนดะคุง โหหหหห นี่นายซื้อดอกไม้ไฟมากี่อันกันเนี้ย?" นารุโกะตะลึงกับถุงดอกไม้ไฟประมาณ3-4อัน นี่ยังไม่ได้นับจำนวนย่อยที่อยู่ในถุงอีกนะ

          "ผมกลัวว่ามันจะไม่พอน่ะครับ เลยซื้อมาซะเยอะเลย"

          "นายนี่นะ โอโนดะซื้อมาเยอะเกินแล้วนะ"

          "แหะๆ"

          "เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีของเล่นให้เล่นในงานเทศกาลล่ะนะ"

          "อื้ม.." โอโนดะยิ้มตอบรับคำพูดอีกคน

          "ไหนดูซิ มีอะไรบ้างน้าาา" 

           นารุโกะคว้าถุงดอกไม้ไฟในมือของโอโนดะแล้วเอาออกมาดูเล่นเกือบทุกอัน ทั้งสองดูดอกไม้ไฟไปพลางพูดเล่นไปพลาง สร้างเสียงหัวเราะไปทั่วห้อง จากตอนแรกที่บรรยากาศในห้องนั้นมีแต่ความเงียบเป็นส่วนใหญ่ บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงเด็กหนุ่มที่หัวเราะและทดลองเล่นดอกไม้ไฟจนดังไปถึงห้องข้างๆ

          "เจ้าพวกหนูข้างห้องเล่นอะไรกันนะ เสียงดังเชียว" โทโดที่อยู่ในห้องถัดไปไม่กี่ห้อง เอ่ยเปรยๆกับคู่สนทนาฝ่ายตรงข้าม มาคิชิมะ

          "ไม่รู้สิ สงสัยได้ของเล่นมาล่ะมั้ง" มาคิชิมะเอ่ยอย่างไม่สนใจ

          "เห.... ผมเองก็อยากไปเล่นห้องนั้นบ้างจังเลยนะครับ" คราวนี้เป็นฝ่ายมานามิที่พูดออกมา

          "เมื่อตอนกลางวันนายก็ไปเล่นกับเจ้าหนูแว่นแล้วนี่ จะไปอีกเหรอ?" โทโดเอ่ยถามรุ่นน้องที่เขาภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก

           มานามิจัดว่าเป็นเด็กหน้าตาดีและเป็นเด็กที่เก่งมากคนหนึ่ง เขาสามารถเป็นตัวแทนในการแข่งอินเตอร์ไฮน์ทั้งที่ยังอยู่ปีหนึ่ง นับว่าเป็นการข้ามหน้ารุ่นพี่ปีสองหลายคนมาก แต่การพัฒนาของเด็กคนนี้ยังไม่หยุดแค่นั้น โทโดรู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้ยังสามารถพัฒนาตนเองได้ก้าวไกลกว่านี้อีก ถึงแม้ว่ามานามิจะมีหน้าตาที่หล่อน้อยกว่าเขาหน่อยก็เถอะ

           "เอาเถอะน่ะ ปล่อยให้เด็กเล่นกันไปเถอะ พวกเราเองก็จะจบปีสามกันอยู่แล้วนะ หัดมีอิสระมั่งสิเจ้าโทโด ว่าแต่คืนนี้จะเอายังไง จะใส่ยูคาตะเรียวคังไปเดินงานเหรอ?" มาคิชิมะเอ่ยอย่างขำๆ

           "เห... มาคิจังอยากใส่ยูคาตะเหรอ มันร้านให้เช่าชุดยูคาตะอยู่ตรงหัวมุมถนนน่ะ ถ้าอยากจะเช่าก็เช่าที่นั้นได้เลย หรือจะใส่ยูคาตะของเรียวคังไปก็ได้นะ เพราะมาคิจังน่ะ ใส่อะไรก็ดูดีอยู่แล้ว" โทโดพูดหยอดคำหวานใส่มาคิชิมะไปหนึ่งยก แต่ก็ใช่ว่ามาคิชิมะจะสนใจแถบยังเมินหน้าโทโดอีก แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะยอมเลิกลายังตามพูดออดอ้อนมาคิชิมะต่อไปเรื่อยๆ


            ยูคาตะงั้นเหรอ? ถ้าซากามิจิคุงใส่จะเป็นยังไงนะ? อยากเห็นจัง

            รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มหัวสีน้ำเงิน ยามที่เขาจินตนาการถึงเจ้าของดวงตากลมโตภายใต้แว่นทรงกลมขนาดใหญ่ เขาก็อดที่จะประทับรอยยิ้มพิมพ์ใจไม่ได้เสียที เพียงแค่นึกถึงก็พลันทำให้ในใจของเขาสุขล้นยากที่จะเอ่ย ก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายเต้นถี่เหมือนมีคนมารัวกลองอยู่ข้างใน มันเหมือนตอนที่เขาขี่จักรยานขึ้นเขาเลยล่ะ.....

.
.
.
.
.
.
.
.
.


            หลังจากที่ทุกคนกินข้าวอาบน้ำกับเสร็จเรียบร้อยแล้ว โทโดก็เป็นคนนำทางไปร้านเช่าชุดยูคาตะ ตอนแรกอาราคิตะคัดค้านออกมาว่าไม่เห็นจำเป็นเลย แต่ชินไคก็ให้เหตุผลว่าเทศกาลหน้าร้อนก็ต้องใส่ยูคาตะ เกิดเป็นคนญี่ปุ่นทั้งทีต้องใส่ยูคาตะสิ สรุปมติเป็นเอกฉันท์ทุกคนจึงเลือกที่จะใส่ชุดยูคาตะ

         
             หลังจากที่ทุกคนเลือกชุดกันเสร็จแล้วก็เดินทางไปวัดทันที ระหว่างทางที่เดินก็มีพูดคุยหยอกล้อกันบ้าง แล้วก็ลามปามไปถึงการไล่ถีบกัน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นอาราคิตะกับชินไคนั้นเอง ไม่รู้ว่าชินไคไปพูดกับอาราคิตะอีท่าไหนทำให้เจ้าตัวโกรธจัดไล่ถีบกันเสียยกใหญ่ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้ดี

               "ว้าววว นี่ตาลุงทาโดโกโระ ผมไปซื้อยากิโซบะตรงนู้นนะ" นารุโกะที่ท่าทางดี้ด๊าเป็นพิเศษรีบออกตัวไปตรงซุ้มร้านยากิโซบะ

                "โอ้ย! เดี๋ยวก็หลงหรอก!" ทาโดโกโระพูดไล่ตามหลัง

                "อิมาอิสึมิ นายคอยไปตามดูนารุโกะด้วยถ้าเจ้าตัวหลงทางขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่" คินโจออกคำสั่งกับอิมาอิสึมิ เจ้าตัวได้แค่พยักหน้าแล้ววิ่งตามหนุ่มหัวแดงที่วิ่งหายเข้าไปในฝูงชน

                "งั้นผมไปมั่งดีกว่า ไปกันเถอะซากามิจิคุง" 

                "อะ... เอ๋... ตะ...." ยังไม่พูดทันจบมานามิรีบจูงมือโอโนดะเข้าไปยังตัวงานเทศกาลเสียแล้ว

                "เฮ้ย!! เจ้าพวกนั้นมันรีบอะไรกัน" อาราคิตะบ่นลั่นทันทีที่เห็นมานามิเจ้าเด็กแสบจับมือเจ้าเด็กแว่นนั้นแล้ววิ่งหายจ้อยไม่รอพวกเขาอีกแปดชีวิตที่ยืนอยู่ตรงนี้

                "เอาน่ายาสุโทโมะ ปล่อยให้เด็กๆเขาได้วิ่งเล่นกันเถอะ" ฟุกุโทมิตบบ่าอาราคิตะเบาๆ

                "แต่ฟุกุจัง... ปล่อยไว้แบบนี้ก็หลงกันหมดพอดี"

                "คินโจ นายมีเบอร์ของเด็กพวกนั้นใช่มั้ย ไว้ค่อยโทรนัดตอนที่จุดดอกไม้ไฟก็แล้วกัน" ฟุกุโทมิหันไปถามคินโจที่ยืนอยู่ข้างๆ

               "อืม... มีอยู่แล้วล่ะ ปล่อยให้เด็กพวกนั้นเขาเที่ยวกันเถอะ เดี๋ยวพวกเราค่อยโทรตามก็ได้ ส่วนพวกเราเองก็เดินงานกันเถอะ" คินโจตอบคำถามฟุกุโทมิแล้วก็เดินนำเข้าไปในเทศกาล


               ตลอดทางที่เดินมีซุ้มมากมายไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะ ทาโกะยากิ ช้อนปลาทองและอย่างอื่นอีกที่ไม่อาจจะนับได้หมด ระหว่างทางที่เดินก็มีแวะซื้อของบ้างเล่นเกมบ้าง ชินไคท้าอาราคิตะแข่งช้อนปลาทองแต่ความใจร้อยของอาราคิตะก็แพ้ชินไคไปโดยปริยาย ส่วนคิโจก็เล่นซุ้มยิงปืนกับฟุกุโทมิ ถัดไปอีกซุ้มก็เห็นทาโดโกโระกับอิซุมิดะแข่งปากระป๋องกันอย่างบ้าคลั่ง ทุกภาพที่ปรากฏแก่สายตาของโทโดมันอดไม่ได้ที่เขาจะมือถือขึ้นมาถ่ายรูปของทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก 

              "แอบถ่ายหมดเลยนะโทโด" มาคิชิมะที่อยู่กับโทโดตลอดเอ่ยแซว

              "ก็แหม.... มาคิจังนานทีจะได้เห็นภาพบรรยากาศแบบนี้นะ" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ

              "ชิ... นายนี่นา" มาคิชิมะเมินหน้าหนีโทโดแล้วหันไปมองคนอื่นๆที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน

               แชะ!

              "อ่าฮ่า... ได้รูปมาคิจังมาแล้ว" คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าแอบถ่ายหันมามองคนมือดีอย่างตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องมาโดนแอบถ่ายด้วย ได้คิดแล้วก็ขำ

              "เฮอะ คิดซะว่านายโชคดีนะที่ถ่ายรูปฉันได้"

              "เห.. งั้นก็แสดงว่าฉันโชคดีมากเลยล่ะนะ" โทโดถือโทรศัพท์มองอีกคนยิ้มๆ

               มาคิชิมะไม่รู้จะต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้ายังไงจึงเลือกที่จะเมินเสียดีกว่า ส่วนคนที่รู้ตัวว่าถูกเมินก็เซ้าซี้อีกคนใหญ่ งานเทศกาลในวันนี้นับว่าเป็นงานสร้างสายสัมพันธ์ของฮาโกเนะกับชูโฮคุก็ว่าได้....


             "ซากามิจิคุง นั้นแอปเปิ้ลเคลือบนี่ซื้อกินกัน" มานามิรีบจูงมือโอโนดะไปตรงซุ้มแอปเปิ้ลแต่ว่าคนที่มาเทศกาลนั้นมีเยอะมากและเดินเบียดกันทำให้มือที่มานามิกับโอโนดะจับกันอยู่นั้นหลุดออก ต่างคนต่างไหลไปตามกระแสของคนเดินโอโนดะพยายามมองหามานามิที่หายไปตามกระแสฝูงชม แต่ทว่าหาเท่าไหร่เขาก็หาไม่เจอ หรือว่าเขาจะหลงซะแล้ว... ไม่นะ ถ้าเขาหลงเขาก็ไม่เจอมานามิสิ

             "ขอโทษนะครับ.... ขอทางหน่อยครับ" โอโนดะพยายามแหวกฝูงชนเดินตามหามานามิแต่ตามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ หลงจริงๆด้วย..... 

             แต่แล้วจู่ๆก็มีมือปริศนามาลากโอโนดะออกไปจากฝูงชน เด็กหนุ่มเงยหน้ามองเจ้าของมือที่กำลังลากเขาอยู่ มานามิคุง...

             "เกือบไปแล้ว เกือบหลงกับซากามิจิคุงแล้วไง" มานามิหันมายิ้มให้อีกคน

             "ตอนแรก.. ผมนึกว่าจะหลงกับมานามิคุงซะแล้ว"

             "ไม่ต้องกลัว ฉันจะจับมือให้แน่นขึ้น จะไม่ปล่อยนายไปเด็ดขาด" มานามิบีบมืออีกคนแน่นราวกับว่าทั้งชีวิตนี้จะไม่ปล่อยเขาไปอีกแล้ว ถ้าหลุดมือไปอีกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะหาเจอรึเปล่า

              "อื้ม" โอโนดะมองแผ่นหลังของคนตรงหน้า จับมืออีกคนแน่นเพื่อไม่ให้หลุดอีก คราวนี้เขาเองก็จะไม่ปล่อยมือนี้เช่นกัน.... 

              ตลอดทางที่ทั้งสองเดินด้วยกันก็มีซื้อของกินบ้าง ซื้อของเล่นบ้างแล้วก็เดินเล่นเกมตามซุ้มต่างๆ มานามิซื้อหน้ากากจิ้งจอกมาสวมเล่นแล้วลากโอโนดะไปตรงซุ้มยิงปืนต่อ ไม่รู้อีกคนเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนถึงได้ลากเขาไปทั่วแบบนี้

              ปัง!

              "มานามิคุงเก่งจัง ยิงได้ด้วย" โอโนดะตาประกายที่เห็นมานามิยิงกล่องขนมตรงคานวางของตกลงไป

              "ก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ ซากามิจิคุงลองยิงมั่งสิ"

              "เอ่อ... ไม่ดีกว่าครับ ผมยิงไม่เก่งหรอก"

              "เอาเถอะน่า เดี๋ยวผมช่วยประคองให้"

              "เอ่อ... แต่ว่า..."

              "อ่ะ นี่" พูดไม่ทันขาดคำมานามิก็ยัดปืนยาวอัดลมมาใส่มือเขาเสียแล้ว ส่วนเจ้าตัวก็ยืนซ้อนด้านหลังเขาคอยประคองปืนให้ ใบหน้าของคนตัวสูงกว่าเขยิบเข้ามาใกล้แล้วพูดกระซิบตรงข้างใบหู

              "เล็งอันที่เราจะยิงนะ หายใจเข้าลึกๆแล้วก็..."

               ปัง!

               "อ่า.... ยิงไม่โดนอ่ะครับ..." โอโนดะพูดอย่างเสียดาย

               "ไม่เป็นไรหรอก ลองยิงเรื่อยๆสิเดี๋ยวต้องโดนแน่นอน" มานามิปลอบใจอีกคน
               
               "งั้นผมขอลองอีกรอบนะ..." 

                ยังไม่ทันที่โอโนดะจะยิงปืนอีกรอบจู่ๆโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน โอโนดะมองเจ้าของชื่อของคนที่โทรมาก่อนจะกดรับสาย

                "ฮัลโหลครับ คุณคินโจ.... ครับ อยู่กับมานามิคุงครับ.... ครับ... เข้าใจแล้วครับ..." โอโนดะตัดสายอีกคนแล้วหันไปบอกมานามิเรื่องเวลาและสถานที่นัดดูดอกไม้ไฟ 

                "อ่อ... งั้นเรายังเหลือเวลาอีกสามสิบนาทีสินะ" 

                "ใช่แล้วล่ะครับมานามิคุงอยากจะเดินเล่นต่อมั้ย? หรือว่าจะไปสถานที่นัดเลย"

                "เดินเล่นต่ออีกหน่อยดีกว่าแล้วค่อยไปกัน"

                "ครับ!"

                "ว่าแต่... ซากามิจิคุงไอถุงนั้นมันอะไรเหรอ? ผมเห็นตั้งนานแล้วแต่เพิ่งนึกได้น่ะ" มานามิชี้ถุงที่โอโนดะถืออยู่ในมือ

                 "ดอกไม้ไฟน่ะครับ ผมซื้อมาหวังว่าพวกเราจะได้เล่นกัน"

                 "เห... ถึงว่าตอนนั้นทำไมในห้องนายถึงมีเสียงแปลกๆ ที่แท้ก็แอบเล่นเจ้านี่นี้เอง"

                 "ตอนนั้นนารุโกะคุงเขาอยากลองเล่นน่ะครับ ก็เลยเล่นกันนิดหน่อย"

                 "เอาเถอะมีเวลาอีกสามสิบนาทีไปเดินเล่นกันเถอะ" มานามิจับมือโอโนดะแล้วนำเดิน

                 "อื้ม!"

                  ตลอดงานเทศกาลมานามิจับมือโอโนดะเอาไว้ตลอดเวลาไม่ปล่อยให้ห่างจากตนเลยแม้แต่นาทีเดียว ทุกก้าวเดินที่ก้าวไปด้วยกันก็พลันเกิดความรู้สึกใหม่ที่ยากจะอธิบาย เอาเป็นว่าขออยู่อย่างนี้ต่อไปอีกซักพัก ไม่สิ ขออีกนานๆเลยได้มั้ย ถึงแม้ว่าคำขอนี้มันจะดูโลภมากไปซักหน่อย แต่ก็ไม่อยากปล่อยมือนี้ไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว.....












TBC.


              

                           
           

1 ความคิดเห็น: