Pages

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

[AuOneShort Fic. Daiya no A]


pairing : Miyuki Kazuya X Sawamura Eijun

rate : PG-13....(?) พอมั้งเนอะ (. . ) /โดนชก

waring : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม บุคคลที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไปควรได้รับคำแนะนำ ย้ำ! บุคคลที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไปควรได้รับคำแนะนำ














   






    


  "เราเลิกกันเถอะครับ...." 


  



  







 "ไม่นะ... เดี๋ยว... กลับมาก่อน!" 



  


  



  มือที่พยายามจะไขว่คว้าเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจเอื้อมถึง มันดูเหมือนว่ายิ่งไล่ตามก็ยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... จนหายลับตาไป.... 


   







   


  "ซาวามุระ!" ร่างคนที่นอนอยู่บนเตียงเบิกตาโพลง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นประปรายตามใบหน้าได้รูป  อา.... นี่เขาฝันอย่างนั้นเหรอ?....  มิยูกิ คาซึยะ ลุกขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงพลางลูบหน้าเพื่อเรียกสติ ทำไมจู่ๆก็เอามาฝันกันนะ.... ทั้งที่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว.... 


   มิยูกินั่งอยู่ซักพักก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่บอกว่าถึงเวลาต้องไปทำงาน มิยูกิลุกขึ้นไปทำกิจวัตรของเขาก่อนจะหยิบชุดสูทขึ้นมาสวมใส่ มิยูกิทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในตำแหน่งซีอีโอ ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ใหญ่โตมากสำหรับคนที่เพิ่งจบมาไม่กี่ปีอย่างเขา หลังจากที่พวกเขาเรียนจบม.ปลายต่างคนต่างแยกย้ายกันขึ้นมหาลัย รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับคนในฝันนั้นด้วย


   เขากับซาวามุระคบกับตอนที่เขาเพิ่งขึ้นปีสามส่วนเจ้าตัวนั้นขึ้นปีสอง แต่แล้วจู่ๆซาวามุระก็ดันมาบอกเลิกเขาแล้วก็หนีหายไปไร้ซึ่งการติดต่อ ไม่ว่าเขาจะพยายามโทรหรือส่งเมลไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่มีการตอบกลับมาเลยซักครั้งเดียว จนกระทั่งล่วงเลยไปจบเขาเรียนจบมหาลัย 


   ระหว่างที่เขาเรียนเขาก็ได้พบคนมากหน้าหลายตาแล้วก็เปลี่ยนคู่เดทไปเรื่อยๆจนมั่นใจว่าตัวเขานั้นสามารถลืมคนรักเก่าได้ แต่มันก็ทำไม่ได้ แล้วทำไมวันนี้จู่ๆเขาก็ฝันถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้นะ..... 


   มิยูกิอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์สุดหรูไม่ไกลจากบริษัทมากนัก หลังจากที่มิยูกิแต่งตัวเรียบร้อยเขาออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมล็อคประตูก่อนจะขับรถไปยังที่ทำงานเพียงแค่สิบนาทีเขาก็มาถึงที่หมาย เขาเดินเข้าไปยังตัวบริษัทแล้วทักทายเหล่าพนักงานตามมารยาท 


   "มิยูกิซังคะ นี่เอกสารแผนงานโครงการของเดือนนี้ค่ะ" เลขาสาวเดินเอาเอกสารมาวางให้บนโต๊ะ


   "ครับ.. ผมเข้าใจล่ะ" มิยูกิตอบรับก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาดู


   "มิยูกิซังจะรับเครื่องดื่มอะไรมั้ยคะ?"


   "ผมขอกาแฟดำแก้วนึงละกัน" เลขาสาวโค้งรับก่อนจะเดินออกจากห้องไป




   ครืด... ครืด...


   มิยูกิละจากงานเอกสารก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู


   /เฮ้ย! มิยูกิ วันนี้ฉันชวนทุกคนในชมรมตอนม.ปลายมาดื่มกัน นายต้องมาให้ได้นะ!/  มิยูกิมองข้อความที่ถูกส่งมาโดยคุราโมจิ  นานแล้วนะที่เขาไม่ได้เจอคนอื่นเลย ถึงจะมีการติดต่อกันตลอดเวลาแต่เพราะเวลาและหน้าที่การงานเลยทำให้พอเจอกันได้ยาก มิยูกิเลือกที่จะไม่ตอบข้อความแล้วหันมาสนใจกับกองงานตรงหน้าต่อ....


   





   



   



   เวลาผ่านไปมากกว่าครึ่งวันมิยูกิถอดแว่นออกมาก่อนจะนวดเบาๆ การจ้องเอกสารกองใหญ่ๆทุกวันตั้งแต่เช้ามันก็ล้าเหมือนกันนะ... 


   ก็อกๆ


   "ครับ"


   "มิยูกิซังคะ พนักงานจากบริษัทที่ได้ว่าจ้างไว้มาถึงแล้วค่ะ" 


   "พาเขาเข้ามาเลย" 


   เวลาผ่านไปซักพักในที่สุดเลขาของเขาก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่ง มิยูกิตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ดูเหมือนว่าอีกคนก็จะมีปฎิกิริยาเดียวกันกับเขา คนที่เขาควรจะพบก็มีตั้งเยอะแยะประชากรในญี่ปุ่นมีตั้งร้อยล้านกว่าคนแต่ทำไม.... 


   "มิยูกิซังคะ นี่คือพนักงานจากบริษัทว่าจ้าง ซาวามุระ เอย์จุนค่ะ" เลขาสาวผายมือแนะนำบุคคลที่เข้ามาใหม่ 


   "ซาวามุระซังคะ ส่วนนี่คือมิยูกิ คาซึยะซัง เจ้านายของดิฉันค่ะ" หญิงสาวผายมือไปที่เจ้านายของตน "ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวค่ะ" คุณเลขาก้มโค้งอย่างเป็นมารยาท

   "ครับ เชิญคุณกลับไปทำงานต่อเถอะ" มิยูกิบอกกับเลขาของตัวเองก่อนจะลุกไปนั่งตรงมุมรับแขกที่อยู่อีกฝั่ง


   "บางทีผมคงไม่ต้องแนะนำตัวหรอกใช่มั้ย เพราะยังไงก็รู้จักกันอยู่แล้วนี่" มิยูกิว่าพลางยิ้มให้ ซาวามุระมองออกว่ารอยยิ้มนั้นมันไม่ได้จริงใจ แต่กลับพยายามที่จะยิ้มออกมา


   "ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่ แล้วทำงานบริษัทที่จ้างบริษัทฉันอีก น่าหมั่นไส้" ซาวามุระพูดด้วยน้ำเสียงขัดใจ


   "ทำไมอิจฉาฉันเหรอที่ได้ดีกว่านาย ฮี่ๆ" คราวนี้มิยูกิยิ้มยียวนอย่างแต่ก่อนใส่


   "ใครอิจฉา! ไม่มีซักหน่อย! คุยงานสิ!" ซาวามุระโวยวาย


   "นายก็เอางานออกมาสิเจ้าโง่" มิยูกิตอบกลับพลางหัวเราะในลำคอ

   
   "ชิ รู้หรอกน่ะ!" ซาวามุระว่าพลางนั่งลงแล้วหยิบเอกสารงานขึ้นมาแล้วเริ่มคุยเรื่องงานกัน


   
   ระหว่างที่คุยงานกันอยู่นั้นมิยูกิก็เหลือบมองซาวามุระอยู่เป็นระยะ เขาอยากจะถามคนตรงหน้ามากว่าทำไม... ทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งเขาแล้วเดินจากไป... มิยูกิเพ่งพินิจไปทั่วสายตาซีอีโอหนุ่มมองเรียวนิ้วที่คอยอธิบายงานก่อนไล่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ดวงตาที่เคยมองเขา ริมฝีปากที่เขาเคยจูบ น้ำเสียงที่คอยตะโกนใส่ บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว  หลายปีที่ผ่านมาหมอนี่เคยคิดถึงเขาบ้างมั้ย เหงาบ้างรึเปล่าที่ไม่มีเขาคอยก่อกวน ไม่รู้ว่าเขาจ้องนานไปหรืออีกฝ่ายรู้ตัว เลยทำให้สายตาของคนทั้งสองบรรจบกันอย่างพอดิบพอดี ซาวามุระหลบสายตาอีกคนในหน้าพลันเปลี่ยนสีเป็นแดงอ่อนๆ ....อะไรกันทำไมต้องจ้องขนาดนี้ด้วย.... 


   กว่าจะคุยงานเสร็จก็ปาไปสองชั่วโมง เพราะกว่าจะแก้งานตรวจสอบงานก็เสียเวลาไปพอสมควร         ซาวามุระเก็บเอกสารเข้าแฟ้มแต่ก็ต้องชะงักหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู มิยูกิที่เห็นดังนั้นจึงเอ่ยถาม


   "เมลเหรอ?"


   "อื้ม!" ซาวามุระตอบกลับแต่งสายตาก็ยังคงจดจ่ออยู่กับเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือก่อนพับมันเก็บลงกระเป๋า 


    "แฟนสาวรึไง?"


    "ใช่ที่ไหนล่ะ คุราโมจิเซมไปต่างหาก"


    "งั้นแสดงว่านายไม่มีแฟน?"


    "แล้วมันยังไงเล่า!" ซาวามุระโวยวายใส่


    "หลังจากที่นายเลิกกับฉันแล้วนายได้คบกับใครมั่งรึเปล่า?" คำถามที่มิยูกิเอ่ยทำให้ซาวามุระชะงักไปชั่วครู่

    
     "........"


     "นี่..."


     "เรื่องงานวันนี้เดี๋ยวจะรีบแก้ไขแล้วส่งให้ทีหลัง ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะครับ!" ซาวามุระโค้งคำนับเป็นมุมเก้าสิบองศาก่อนจะรีบเดินออกไป...... มิยูกิมองคนที่เดินออกไปโดยที่เขายังไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าตัวเลย มิยูกิถอนหายใจออกมาก่อนจะกลับไปจัดงานเอกสารต่อ เขาได้รับรายงานมาจากเลขาว่าอีกสิบนาทีต้องเข้าประชุมบอร์ดผู้บริหาร มิยูกิสั่งให้เลขาของเขาเตรียมเอกสารที่ต้องใช้งานก่อนจะเตรียมตัวเข้าประชุม ....จริงสิ บางทีเขาควรจะตอบเมลคุราโมจิซักหน่อยว่าวันนี้เขาคงไปไม่ได้ หมอนั้นจะได้ไม่ต้องมาด่าเขาทีหลัง....








  


   "มิยูกิซังคะ ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ มิยูกิซังเองก็อย่าโหมงานมากนะคะ" เลขาสาวเดินเข้ามารายงานเจ้านายของตัวเองแล้วส่งยิ้มให้ตามมารยาท


   "ครับ เดี๋ยวผมอยู่ต่ออีกซักหน่อย ขอบคุณครับ" มิยูกิพูดตอบก่อนจะส่งยิ้มกลับ มิยูกิยังคงเร่งตรวจงานเอกสารต่อไปจนเสร็จกว่าเขาจะรู้ตัวก็ปาไปสี่ทุ่มกว่าๆ ดีนะที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดไม่งั้นเขาคงต้องล้าแน่ๆ มิยูกิเอนตัวพิงกับเก้าอี้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะจัดการเคลียร์ของทุกอย่างแล้วกลับบ้าน


   มิยูกิขับรถออกมาจากบริษัทระหว่างทางเขาก็เห็นใครบางคนเดินโซซัดโซเซอยู่ตรงร้านเหล้าข้างหน้าแถมยังมีคนอีกสองคนคอยพยุงอยู่ด้วย ตอนแรกเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรจนกระทั่งขับรถไปใกล้










......นั้นมันซาวามุระ......


     






   มิยูกิจอดรถข้างทางคนที่แบกซาวามุระอยู่เป็นโคมินาโตะคนน้องกับฟุรุยะนี่เอง มิยูกิลดกระจงลงก่อนจะทักทาย


   "ว่าไงพวกนาย ดื่มจนเมาขนาดนี้เลยเหรอ?" 


   "อ่ะ... มิยูกิเซมไป สวัสดีครับ" ฮารุอิจิก้มโค้งทักทายตามมารยาทฟุรุยะก็เช่นกัน


   "ทำไมหมอนั้นเมาอย่างนั้นล่ะ?"


   "ผมเองก็ไม่รู้ครับ พอเอย์จุนคุงมาถึงก็ดื่มอย่างเดียวเลยใครถามอะไรก็ไม่ตอบ พอเมาแล้วก็โวยวายเสียยกใหญ่" ฮารุอิจิตอบ


   "งั้นเหรอ? ให้ฉันไปส่งพวกนายมั้ย?" 


   "เอ่อ.... จะดีเหรอครับ?"


   "เอาเถอะน่ะ พวกนายต้องแบกหมอนั้นอีกคงลำบากน่าดู" ฮารุอิจิมองหน้ากับฟุรุยะเพื่อตกลงกันว่าจะเอายังไงดี แต่ถ้าต้องลากคนเมาไปกลับมันก็ลำบากจริงๆ


   "รบกวนด้วยนะครับ" ฮารุอิจิแบกคนเมาไว้ที่เบาะหลังรถก่อนจะปิดประตู


   "อ่าวแล้วพวกนายสองคนล่ะ?" มิยูกิถามอย่งสงสัยว่าทำไมสองคนนี้ไม่ยอมขึ้นรถเขา


   "พวกผมขึ้นสถานีกลับได้ครับไม่ต้องเป็นห่วง เซมไปรีบไปส่งเอย์จุนคุงเถอะครับ" ฮารุอิจิกล่าวปฏิเสธ


   "งั้นเหรอ ตามใจพวกนายแล้วกัน ไปก่อนนะ" มิยูกิโบกมือลาก่อนจะขับรถออกไป







    



    "ซาวามุระบ้านนายอยู่ไหน?" มิยูกิหันไปถามคนเมาที่นอนอยู่หลังรถ แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ...


    "ซาวามุระตื่นนะเจ้าบ้า! บ้านนายอยู่ไหน!" คราวนี้มิยูกิเพิ่มระดับความดังเสียงเพิ่มมากขึ้นอีก


    "งืม....หนวกหูน่า! เงียบไปเลย! งืมๆ...." ดูเหมือนเจ้าตัวจะได้ยินนะ


    "อ่า... ให้ตายสิ.." มิยูกิบ่นเบาๆ เขาไม่รู้แล้วว่าจะไปส่งคนที่นอนอยู่ข้างหลังไปไว้ที่ไหน เขาจึงเลือกกลับที่อพาร์ทเมนต์ของตัวเอง มิยูกิแบกคนไม่ได้สติกลับมาที่ห้องก่อนโยนไปที่โซฟารับแขก


    "งืมๆ.... ฟี้ฟี้" เสียงลมหายใจของคนที่นอนหลับสนิทดังเป็นจังหวะ มิยูกิกุมขมับของตัวเองก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนูผืนหนึ่ง ......นอกจากต้องมาส่งคนเมาแล้วยังต้องมาดูแลคนเมาอีกเนี้ยนะ ให้ตายสิ......


    














    "อืม..... นี่อะไรเนี้ย...." ซาวามุระสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่แปะอยู่ตรงหน้าผากออก ....จริงสิ วันนี้เขาไปดื่มมานี่ แล้วจากนั้นล่ะ..... ซาวามุระกุมขมับพยายามจะนึกให้ได้ว่าเขาทำอะไรไปบ้างแต่ก็ต้องสะดุดตากับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเขาสำรวจไปรอบๆแล้วก็พบว่านี่มันไม่ใช่บ้านเขา ...... แล้วที่นี่ที่ไหน?..... 


    "อ่าว ตื่นแล้วเหรอ?" มิยูกิเอ่ยทักหลังจากอาบน้ำเสร็จ มือก็ยังคงใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกก่อนจะเดินไปหยิบบางอย่างในตู้เย็นแล้วส่งให้คนที่นั่งตาแป๋วบนโซฟา 


    "กินซะ มันช่วยให้นายหายมึนหัวได้"


    "อะ... อืม..." ซาวามุระรับมันมาก่อนจะเปิดกิน 


    "นายเป็นคนพาฉันมาที่นี่เหรอ?"


    "ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครอีกล่ะ ถามอะไรโง่ๆ" นั้นสินะเขาคงถามอะไรที่โง่จริงๆ


    ".........." มิยูกิมองคนที่ก้มหน้านิ่งไม่มีแม้แต่ที่จะเงยหน้าเลยซักนิด


    "นี่ซาวามุระ..." 


    "อะไร?"


    "ตอนนั้นทำไมนายถึงบอกเลิกฉัน" ซาวามุระตกใจกับคำถามของอีกคน เลือดในกายพลันเย็นเฉียบมือที่ถือบางอย่างอยู่กำแน่นยิ่งกว่าเดิม 


    "ตอบฉันสิว่าทำไ...."


    "ขอตัวกลับก่อนนะครับ!" ซาวามุระตะโกนขัดขึ้นมาก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกไปอย่างเร่งรีบ


    "เฮ้ย! ซาวามุระ!" เขาจะปล่อยให้อีกคนเดินหนีเขาไปเหมือนเมื่อก่อนเหรอ? ไม่...ไม่มีทาง.... มิยูกิรีบวิ่งไปกระชากตัวเด็กหนุ่มก่อนที่มือนั้นจะจับลูกบิดประตูซะก่อน แต่เพราะแรงกระชากนั้นเลยทำให้คนทั้งคู่เซล้มลงกับพื้น


      ตุบ!


    "โอ้ย.... เจ็บ เจ็บ เจ็บ" มิยูกิบ่นออกมาเพราะคนที่ล้มตัวกระแทกพื้นนั้นเป็นเขาส่วนซาวามุระก็ล้มทับตัวเขาลงมาอีกที หลังจากที่ซาวามุระรู้สึกตัวเขาก็ลุกขึ้นแต่คงจะช้าไปเพราะมิยูกิรู้ว่าเจ้าตัวคงต้องลุกแล้ววิ่งหนีเขาไปอีกแน่ จึงจัดการกอดเอวซาวามุระเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับไปไหน


     "ปล่อยฉันนะ!" คนในอ้อมกอดดิ้นขัดขืนพลางดันตัวอีกคนหวังว่าจะหลุดพ้นจากพันธนาการ


     "ไม่! ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว บอกฉันมาว่าทำไมตอนนั้นนายถึงเดินจากฉันไป!"


     "เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับนาย! บอกให้ปล่อยไงล่ะเจ้าบ้ามิยูกิ!!" 


     "ฉันจะไม่ปล่อยจนกว่านายจะยอมบอก" มิยูกิบอกก่อนจะรัดเอวคนบนตัวแน่นขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขานั้นไม่ยอมจริงๆ 


     "..........." ซาวามุระเลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไร นั้นทำให้มิยูกิเริ่มที่จะหงุดหงิด


     "สงสัยวันนี้คงต้องนอนทั้งอย่างนี้แล้วล่ะมั้ง" 


     "ห๊ะ! ฉันไม่ยอมหรอกนะ!" ซาวามุระโวยวายใส่


     "ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อนายไม่ยอมตอบคำถามฉันดีๆ"


     ".........." มิยูกิรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นหมดกำลังแล้วจริงๆ


     "ซาวา..."


     "ตอนแข่งหน้าร้อน..." มิยูกิพยามที่จะเอ่ยเรียกแต่ก็ต้องถูกแทรกด้วยคำพูดอีกคน
    

     "ตอนแข่งหน้าร้อนช่วงนั้น ฉันเห็นว่ามีคนมากมายมาดูนายกันเยอะขึ้น.... ตอนแรกฉันก็ไม่คิดอะไรหรอก จนกระทั้ง... " 




     ซาวามุระเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง ร่างกายเริ่มสั่นเทาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ


     


       ".... ฉัน... ได้ยินที่พวกเขาพูดกันว่า.... ถ้าคาซึยะคุงได้เป็นมืออาชีพคงจะมีอนาคตไกลนะ.... "   



      

       หยาดน้ำอุ่นๆที่ซึมไหลออกมาซุกอยู่ตรงหน้าอกจนมิยูกิรู้สึกได้ 





      "พอฉันได้ยินอย่างนั้น... ฮึก..... ฉันเลยคิดว่า.... ฮึก..... ไม่ควรอยู่ใกล้นาย.... ฉันควรให้นายได้สิ่งที่ดีที่สุด..... ฮึก...." 





      ซาวามุระกำเสื้อคนที่อยู่ข้างใต้แน่น




   

       "แล้วถ้า.... มีคนรู้ว่านายคบกับฉัน...... ฮึก...... มันคงจะส่งผล..... ให้นายไม่ได้เป็นมืออาชีพ..... ฮึก..... ฉันจึง..... ขอเลิกกับนายซะ....."






      หลังจากได้ยินคำสารภาพของคนในอ้อมแขนมิยูกิไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจึงทำได้เพียงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก ไม่ให้อีกคนร้องไห้ไปมากกว่านี้  ......นี่ซาวามุระทำเพื่อเขา.....



     "ซาวามุระเงยหน้า" มิยูกิเอ่ยเสียงเรียบ แต่คนในอ้อมแขนก็ยังคงส่ายหน้าไปมา


    "ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้นไง" มิยูกิพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างปกติ แต่เจ้าคนที่อยู่บนตัวนี่สิกลับกอดเขาไม่ยอมปล่อยแทนซะงั้น หลังจากที่นั่งได้แล้วซาวามุระก็เอาแต่มือปิกหน้าร้องไห้ไม่ยอมสบตากับเขาเลย


    "ซาวามุระมองมาที่ฉัน" มิยูกเอื้อมไปแกะมือของอีกคนออกเพื่อที่จะได้มองใบหน้าของเจ้าเด็กขี้แยอย่างชัดๆ ใบหน้าของซาวามุระตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย


    "นายรู้มั้ย ว่าฉันปฏิเสธการที่เป็นมืออาชีพไปเพราะอะไร" ซาวามุระส่ายหน้า


    "เพราะนายไง เพราะนายเดินจากฉันไปมันเลยทำให้ฉันไม่สนใจที่จะเป็นมืออาชีพ เพราะนายเป็นกำลังใจหลักสำหรับฉัน เป็นแสงสว่างสำหรับฉัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับฉัน ถ้าฉันเสียนายไปฉันก็เล่นเบสบอลอย่างเต็มที่ไม่ได้หรอก..." มิยูกิเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆก่อนจะเอาหน้าผากของตัวเองชนกันหน้าผากอีกคนคล้ายจะปลอบประโลม


    "อีกอย่างฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะคิดยังไงเรื่องของฉันกับนาย รู้แค่ว่าฉันชอบนายก็พอ..." 



    "อย่าหนีจากฉันไปอีกนะซาวามุระ..... อย่าหนีไปไหนอีก...." มิยูกิสบตากับซาวามุระที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา นิ้วมือของอดีตแคชเชอร์หนุ่มปาดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมือทั้งสองประคองใบหน้าอีกคนให้เข้ามาใกล้แล้วประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากอีกคนอย่างอ่อนโยน ทั้งคู่จูบกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานก่อนจะแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความร้อนแรง ฝามือที่ประคองใบหน้าอยู่ลดมือข้างนึงเอื้อมไปกอดเอวอีกคนเอาไว้โดยที่มืออีกข้างยังคงไม่ไปไหน 


    ทั้งคู่ผละออกจากกันซาวามุระหอบหายใจหลังจากที่จากจูบเมื่อครู่ มิยูกิมองหน้าของซาวามุระที่ตอนนี้แดงปลั่ง ดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากที่เผยอออกมาสูดเอาอากาศ   







อา... แย่แล้วสิ..... 


   




    ไม่รอช้ามิยูกิลากซาวามุระไปที่ห้องนอนของเขาก่อนจะโยนลงบนเตียงแล้วลงไปกอดรัดอีกคนเอาไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าคนในอ้อมกอดจะหนีหายไปอีก ซาวามุระที่ตามไม่ทันกับการกระทำของคนตรงหน้าเบิกตาโพลงอย่างตกใจ 


    "ซาวามุระ.... ขอกอดได้มั้ย?" เสียงแผ่วเบากระซิบอยู่ที่ข้างหูของซาวามุระ คนใต้ร่างหน้าแดงที่อีกคนพูดขอออกมาตรงๆ ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ซาวามุระเลือกที่จะกอดอีกคนแน่นเป็นคำตอบ มิยูกิรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่มาจากอีก  .....เขาคงไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วสินะ.....



    เหล่ากองเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งอย่างสะเปะสะปะก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับร่างของคนสองที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง  

     



    เอี๊ยด เอี๊ยด 


    เสียงแรงขยับเขยื้อนของเตียงดังระงมแต่คงไม่เทียบเท่ากับเสียงครางและเสียงหอบที่ประสานกันร่างกายของคนทั้งสองต่างชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลออกมา แรงเคลื่อนไหวที่สอดประสานไปตามจังหวะที่คนข้างบนกำหนด ทั้งสองผลัดกันฉุดผลัดกันรั้งราวกับไม่ต้องการแยกจาก คนใต้ร่างบิดตัวเร้าไปมากับความรู้สึกที่อีกฝ่ายถาโถมเข้าไปให้รอยแดงและรอยฟันปรากฎขึ้นประปรายบนร่าง ฝ่ามือเล็กพยายามเอื้อมไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามอดีตหนุ่มนักกีฬา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยข่วนบางรอยก็มีเลือดซึมออกมา ความรุนแรงที่คนข้างบนส่งมาให้มันรุนแรงจนอีกคนแทบจะรับไม่ไหว สิ่งของที่อยู่หัวเตียงต่างตกลงมากระจัดกระจาย ทั้งสองคนต่างบดเบียดจูบและร้องเรียกหาซึ่งกันและกันก่อนจะนำไปสู่ความหฤหรรษ์อย่างที่พวกเขาได้ตั้งใจ 



     มิยูกิเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเป็นรอบที่สอง เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะมองหน้าคนที่หลับตาพริ้มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ฝ่ามือที่เคยผ่านการรับลูกบอกมานับไม่ถ้วนค่อยๆลูบไปที่แก้มเนียนใสแล้วบรรจงจุมพิศอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอนตัวนอนโดนไม่ลืมที่จะดึงคนใต้ร่างมาไว้ในอ้อมกอด








     ร่างของคนที่นอนอยู่พลิกตัวไปมาเพื่อที่จะหาไออุ่นเหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันกลับหายไปเสียแล้ว ซาวามุระตื่นขึ้นมาพลางมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆเขา ซาวามุระหยิบเสื้อผ้าของอีกคนมาใส่เพราะตอนนี้เสื้อผ้าของเขาดันไปอยู่ไหนไม่รู้ ก่อนจะเดินออกไปตามทางเดิน เขาหวังว่าเขาจะเจอคนที่ตามหา แล้วก็เจอจริงๆ.... มิยูกิที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังเข้าครัวทำอาหารเช้าอยู่


     "อรุณสวัสดิ์...." ซาวามุระเอ่ยทักทายตอนเช้า


     "อรุณสวัสดิ์.... ฉันว่านายควรไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะซาวามุระ" คนถูกสั่งทำตามอย่างว่างง่าย ซาวามุระล้างหน้าแปรงฟันตามที่มิยูกิบอก่อนจะเดินกลับมาหาก็เห็นว่าอาหารได้ถูกจัดไว้แล้ว ซาวามุระนั่งฝั่งตรงข้ามกับมิยูกิ


     "ทานล่ะนะครับ" ซาวามุระกล่าวก่อนกินข้าวตามมารยาทก่อนจะกินข้าวตามปกติ มิยูกิมองซาวามุระที่กินข้าวอยู่โดยไม่แตะอาหารของตัวเองจนซาวามุระสงสัย


     "ทำไมไม่กินข้าวล่ะ" ซาวามุระถาม 


     "ก็ฉันมองนายกินข้าวอยู่ไง" มิยูกิตอบกลับแล้ววาดรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้อีกคน


     "กินไปสิข้าวน่ะ ถ้านายไม่กินฉันกินนะ!" ซาวามุระโวยวายใส่แต่ก็ไม่สะทกสะท้านต่อมิยูกิในเมื่อเจ้าตัวนั้นไม่สนใจและยังคงหน้าด้านยิ้มต่อไป


     "ซาวามุระ คบกับฉันเถอะ" สิ้งคำพูดของอีกคน ซาวามุระก็ชะงักมือที่กำลังจ้วงข้าวเข้าปากอยู่


      "นี่นายคิดว่ฉันจะกลับไปชอบนายได้อีกงั้นเหรอ?"


      "แน่นอน"


      "มั่นใจเกินไปแล้วนะเจ้าบ้า!"


      "มั่นใจสิ และฉันก็มั่นใจดูว่านายยังชอบฉันอยู่ แถมชอบมากซะด้วย ฮี่ๆ"


      "นายเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น!" 


      "ก็เมื่อคืนไง ที่นายบอกฉันถ้านายไม่ชอบฉันมากหรือไม่ก็บ้ามาก นายก็คงไม่บอกเลิกฉันเพื่ออนาคตของฉันหรอก..."


       "..... อีกอย่าง..... ตอนอยู่บนเตียงนายเองก็ร้องเรียกหาฉันเสียงระงมเลยแล้วจะให้ฉันคิดว่ายังไง" มิยูกิยิ้มยียวนกวนประสาทกลับไปนั่นถึงกับทำให้ซาวามุระหน้าแดงจัดพลันนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ซาวามุระโวยวายใส่มิยูกิแต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจแถมยังก่อกวนอีกคนจ่อไปเรื่อยๆ เสียงแห่งความวุ่นวายดังไปทั่วทั้งห้องหลังจากที่ห้องนี่เงียบมานาน ถ้ามีเสียงเหล่านี้มาด้วยคงจะเพิ่มสีสันให้มันไม่น้อย..... 







......และเพิ่มสีสันให้หัวใจของคนทั้งสองด้วย.....


     


     



























talk : ฟิคสั้นสนองนี้ตัวเองจบแล้วค่ะ ฮรือออออ ยอมรับว่าอยากสนองแค่ฉากที่มิยูกิโดนทำร้ายจิตใจกับฉาก จะปะแด๊บแจ๊บแจ๊บ แอ่แฮร่ ;7 ; ความจริงเราเองก็อยากสนองอะไรหลายๆอย่างด้วย มิยูกิเป็นซีอีโอใส่สูทไรงี้ โอ้วววว หล่อออออ นายแย่มากมาทำให้คนอื่นหวั่นไหว ชั่วร้าย!! เราแต่งเรทไม่ค่อยเก่งแต่ก็อยากทำมาเพื่อสนองนี้ดตัวเองค่ะ อ่านแล้วรู้สึกยังไงติได้เลยนะคะ ถ้ามีตรงไหนที่มีคำผิดก็บอกด้วยนะUvU


     

   


   




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น