pairing : Miyuki Kazuya X Sawamura Eijun
rate : PG-13....(?) พอมั้งเนอะ (. . ) /โดนชก
waring : ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม บุคคลที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไปควรได้รับคำแนะนำ ย้ำ! บุคคลที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไปควรได้รับคำแนะนำ
"เราเลิกกันเถอะครับ...."
"ไม่นะ... เดี๋ยว... กลับมาก่อน!"
มือที่พยายามจะไขว่คว้าเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจเอื้อมถึง มันดูเหมือนว่ายิ่งไล่ตามก็ยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... จนหายลับตาไป....
"ซาวามุระ!" ร่างคนที่นอนอยู่บนเตียงเบิกตาโพลง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นประปรายตามใบหน้าได้รูป อา.... นี่เขาฝันอย่างนั้นเหรอ?.... มิยูกิ คาซึยะ ลุกขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงพลางลูบหน้าเพื่อเรียกสติ ทำไมจู่ๆก็เอามาฝันกันนะ.... ทั้งที่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว....
มิยูกินั่งอยู่ซักพักก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่บอกว่าถึงเวลาต้องไปทำงาน มิยูกิลุกขึ้นไปทำกิจวัตรของเขาก่อนจะหยิบชุดสูทขึ้นมาสวมใส่ มิยูกิทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในตำแหน่งซีอีโอ ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ใหญ่โตมากสำหรับคนที่เพิ่งจบมาไม่กี่ปีอย่างเขา หลังจากที่พวกเขาเรียนจบม.ปลายต่างคนต่างแยกย้ายกันขึ้นมหาลัย รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับคนในฝันนั้นด้วย
เขากับซาวามุระคบกับตอนที่เขาเพิ่งขึ้นปีสามส่วนเจ้าตัวนั้นขึ้นปีสอง แต่แล้วจู่ๆซาวามุระก็ดันมาบอกเลิกเขาแล้วก็หนีหายไปไร้ซึ่งการติดต่อ ไม่ว่าเขาจะพยายามโทรหรือส่งเมลไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่มีการตอบกลับมาเลยซักครั้งเดียว จนกระทั่งล่วงเลยไปจบเขาเรียนจบมหาลัย
ระหว่างที่เขาเรียนเขาก็ได้พบคนมากหน้าหลายตาแล้วก็เปลี่ยนคู่เดทไปเรื่อยๆจนมั่นใจว่าตัวเขานั้นสามารถลืมคนรักเก่าได้ แต่มันก็ทำไม่ได้ แล้วทำไมวันนี้จู่ๆเขาก็ฝันถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้นะ.....
มิยูกิอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์สุดหรูไม่ไกลจากบริษัทมากนัก หลังจากที่มิยูกิแต่งตัวเรียบร้อยเขาออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมล็อคประตูก่อนจะขับรถไปยังที่ทำงานเพียงแค่สิบนาทีเขาก็มาถึงที่หมาย เขาเดินเข้าไปยังตัวบริษัทแล้วทักทายเหล่าพนักงานตามมารยาท
"มิยูกิซังคะ นี่เอกสารแผนงานโครงการของเดือนนี้ค่ะ" เลขาสาวเดินเอาเอกสารมาวางให้บนโต๊ะ
"ครับ.. ผมเข้าใจล่ะ" มิยูกิตอบรับก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาดู
"มิยูกิซังจะรับเครื่องดื่มอะไรมั้ยคะ?"
"ผมขอกาแฟดำแก้วนึงละกัน" เลขาสาวโค้งรับก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ครืด... ครืด...
มิยูกิละจากงานเอกสารก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู
/เฮ้ย! มิยูกิ วันนี้ฉันชวนทุกคนในชมรมตอนม.ปลายมาดื่มกัน นายต้องมาให้ได้นะ!/ มิยูกิมองข้อความที่ถูกส่งมาโดยคุราโมจิ นานแล้วนะที่เขาไม่ได้เจอคนอื่นเลย ถึงจะมีการติดต่อกันตลอดเวลาแต่เพราะเวลาและหน้าที่การงานเลยทำให้พอเจอกันได้ยาก มิยูกิเลือกที่จะไม่ตอบข้อความแล้วหันมาสนใจกับกองงานตรงหน้าต่อ....
เวลาผ่านไปมากกว่าครึ่งวันมิยูกิถอดแว่นออกมาก่อนจะนวดเบาๆ การจ้องเอกสารกองใหญ่ๆทุกวันตั้งแต่เช้ามันก็ล้าเหมือนกันนะ...
ก็อกๆ
"ครับ"
"มิยูกิซังคะ พนักงานจากบริษัทที่ได้ว่าจ้างไว้มาถึงแล้วค่ะ"
"พาเขาเข้ามาเลย"
เวลาผ่านไปซักพักในที่สุดเลขาของเขาก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่ง มิยูกิตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ดูเหมือนว่าอีกคนก็จะมีปฎิกิริยาเดียวกันกับเขา คนที่เขาควรจะพบก็มีตั้งเยอะแยะประชากรในญี่ปุ่นมีตั้งร้อยล้านกว่าคนแต่ทำไม....
"มิยูกิซังคะ นี่คือพนักงานจากบริษัทว่าจ้าง ซาวามุระ เอย์จุนค่ะ" เลขาสาวผายมือแนะนำบุคคลที่เข้ามาใหม่
"ซาวามุระซังคะ ส่วนนี่คือมิยูกิ คาซึยะซัง เจ้านายของดิฉันค่ะ" หญิงสาวผายมือไปที่เจ้านายของตน "ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวค่ะ" คุณเลขาก้มโค้งอย่างเป็นมารยาท
"ครับ เชิญคุณกลับไปทำงานต่อเถอะ" มิยูกิบอกกับเลขาของตัวเองก่อนจะลุกไปนั่งตรงมุมรับแขกที่อยู่อีกฝั่ง
"บางทีผมคงไม่ต้องแนะนำตัวหรอกใช่มั้ย เพราะยังไงก็รู้จักกันอยู่แล้วนี่" มิยูกิว่าพลางยิ้มให้ ซาวามุระมองออกว่ารอยยิ้มนั้นมันไม่ได้จริงใจ แต่กลับพยายามที่จะยิ้มออกมา
"ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่ แล้วทำงานบริษัทที่จ้างบริษัทฉันอีก น่าหมั่นไส้" ซาวามุระพูดด้วยน้ำเสียงขัดใจ
"ทำไมอิจฉาฉันเหรอที่ได้ดีกว่านาย ฮี่ๆ" คราวนี้มิยูกิยิ้มยียวนอย่างแต่ก่อนใส่
"ใครอิจฉา! ไม่มีซักหน่อย! คุยงานสิ!" ซาวามุระโวยวาย
"นายก็เอางานออกมาสิเจ้าโง่" มิยูกิตอบกลับพลางหัวเราะในลำคอ
"ชิ รู้หรอกน่ะ!" ซาวามุระว่าพลางนั่งลงแล้วหยิบเอกสารงานขึ้นมาแล้วเริ่มคุยเรื่องงานกัน
ระหว่างที่คุยงานกันอยู่นั้นมิยูกิก็เหลือบมองซาวามุระอยู่เป็นระยะ เขาอยากจะถามคนตรงหน้ามากว่าทำไม... ทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งเขาแล้วเดินจากไป... มิยูกิเพ่งพินิจไปทั่วสายตาซีอีโอหนุ่มมองเรียวนิ้วที่คอยอธิบายงานก่อนไล่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ดวงตาที่เคยมองเขา ริมฝีปากที่เขาเคยจูบ น้ำเสียงที่คอยตะโกนใส่ บัดนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว หลายปีที่ผ่านมาหมอนี่เคยคิดถึงเขาบ้างมั้ย เหงาบ้างรึเปล่าที่ไม่มีเขาคอยก่อกวน ไม่รู้ว่าเขาจ้องนานไปหรืออีกฝ่ายรู้ตัว เลยทำให้สายตาของคนทั้งสองบรรจบกันอย่างพอดิบพอดี ซาวามุระหลบสายตาอีกคนในหน้าพลันเปลี่ยนสีเป็นแดงอ่อนๆ ....อะไรกันทำไมต้องจ้องขนาดนี้ด้วย....
กว่าจะคุยงานเสร็จก็ปาไปสองชั่วโมง เพราะกว่าจะแก้งานตรวจสอบงานก็เสียเวลาไปพอสมควร ซาวามุระเก็บเอกสารเข้าแฟ้มแต่ก็ต้องชะงักหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู มิยูกิที่เห็นดังนั้นจึงเอ่ยถาม
"เมลเหรอ?"
"อื้ม!" ซาวามุระตอบกลับแต่งสายตาก็ยังคงจดจ่ออยู่กับเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือก่อนพับมันเก็บลงกระเป๋า
"แฟนสาวรึไง?"
"ใช่ที่ไหนล่ะ คุราโมจิเซมไปต่างหาก"
"งั้นแสดงว่านายไม่มีแฟน?"
"แล้วมันยังไงเล่า!" ซาวามุระโวยวายใส่
"หลังจากที่นายเลิกกับฉันแล้วนายได้คบกับใครมั่งรึเปล่า?" คำถามที่มิยูกิเอ่ยทำให้ซาวามุระชะงักไปชั่วครู่
"........"
"นี่..."
"เรื่องงานวันนี้เดี๋ยวจะรีบแก้ไขแล้วส่งให้ทีหลัง ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะครับ!" ซาวามุระโค้งคำนับเป็นมุมเก้าสิบองศาก่อนจะรีบเดินออกไป...... มิยูกิมองคนที่เดินออกไปโดยที่เขายังไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าตัวเลย มิยูกิถอนหายใจออกมาก่อนจะกลับไปจัดงานเอกสารต่อ เขาได้รับรายงานมาจากเลขาว่าอีกสิบนาทีต้องเข้าประชุมบอร์ดผู้บริหาร มิยูกิสั่งให้เลขาของเขาเตรียมเอกสารที่ต้องใช้งานก่อนจะเตรียมตัวเข้าประชุม ....จริงสิ บางทีเขาควรจะตอบเมลคุราโมจิซักหน่อยว่าวันนี้เขาคงไปไม่ได้ หมอนั้นจะได้ไม่ต้องมาด่าเขาทีหลัง....
"มิยูกิซังคะ ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ มิยูกิซังเองก็อย่าโหมงานมากนะคะ" เลขาสาวเดินเข้ามารายงานเจ้านายของตัวเองแล้วส่งยิ้มให้ตามมารยาท
"ครับ เดี๋ยวผมอยู่ต่ออีกซักหน่อย ขอบคุณครับ" มิยูกิพูดตอบก่อนจะส่งยิ้มกลับ มิยูกิยังคงเร่งตรวจงานเอกสารต่อไปจนเสร็จกว่าเขาจะรู้ตัวก็ปาไปสี่ทุ่มกว่าๆ ดีนะที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดไม่งั้นเขาคงต้องล้าแน่ๆ มิยูกิเอนตัวพิงกับเก้าอี้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะจัดการเคลียร์ของทุกอย่างแล้วกลับบ้าน
มิยูกิขับรถออกมาจากบริษัทระหว่างทางเขาก็เห็นใครบางคนเดินโซซัดโซเซอยู่ตรงร้านเหล้าข้างหน้าแถมยังมีคนอีกสองคนคอยพยุงอยู่ด้วย ตอนแรกเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรจนกระทั่งขับรถไปใกล้
......นั้นมันซาวามุระ......
มิยูกิจอดรถข้างทางคนที่แบกซาวามุระอยู่เป็นโคมินาโตะคนน้องกับฟุรุยะนี่เอง มิยูกิลดกระจงลงก่อนจะทักทาย
"ว่าไงพวกนาย ดื่มจนเมาขนาดนี้เลยเหรอ?"
"อ่ะ... มิยูกิเซมไป สวัสดีครับ" ฮารุอิจิก้มโค้งทักทายตามมารยาทฟุรุยะก็เช่นกัน
"ทำไมหมอนั้นเมาอย่างนั้นล่ะ?"
"ผมเองก็ไม่รู้ครับ พอเอย์จุนคุงมาถึงก็ดื่มอย่างเดียวเลยใครถามอะไรก็ไม่ตอบ พอเมาแล้วก็โวยวายเสียยกใหญ่" ฮารุอิจิตอบ
"งั้นเหรอ? ให้ฉันไปส่งพวกนายมั้ย?"
"เอ่อ.... จะดีเหรอครับ?"
"เอาเถอะน่ะ พวกนายต้องแบกหมอนั้นอีกคงลำบากน่าดู" ฮารุอิจิมองหน้ากับฟุรุยะเพื่อตกลงกันว่าจะเอายังไงดี แต่ถ้าต้องลากคนเมาไปกลับมันก็ลำบากจริงๆ
"รบกวนด้วยนะครับ" ฮารุอิจิแบกคนเมาไว้ที่เบาะหลังรถก่อนจะปิดประตู
"อ่าวแล้วพวกนายสองคนล่ะ?" มิยูกิถามอย่งสงสัยว่าทำไมสองคนนี้ไม่ยอมขึ้นรถเขา
"พวกผมขึ้นสถานีกลับได้ครับไม่ต้องเป็นห่วง เซมไปรีบไปส่งเอย์จุนคุงเถอะครับ" ฮารุอิจิกล่าวปฏิเสธ
"งั้นเหรอ ตามใจพวกนายแล้วกัน ไปก่อนนะ" มิยูกิโบกมือลาก่อนจะขับรถออกไป
"ซาวามุระบ้านนายอยู่ไหน?" มิยูกิหันไปถามคนเมาที่นอนอยู่หลังรถ แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ...
"ซาวามุระตื่นนะเจ้าบ้า! บ้านนายอยู่ไหน!" คราวนี้มิยูกิเพิ่มระดับความดังเสียงเพิ่มมากขึ้นอีก
"งืม....หนวกหูน่า! เงียบไปเลย! งืมๆ...." ดูเหมือนเจ้าตัวจะได้ยินนะ
"อ่า... ให้ตายสิ.." มิยูกิบ่นเบาๆ เขาไม่รู้แล้วว่าจะไปส่งคนที่นอนอยู่ข้างหลังไปไว้ที่ไหน เขาจึงเลือกกลับที่อพาร์ทเมนต์ของตัวเอง มิยูกิแบกคนไม่ได้สติกลับมาที่ห้องก่อนโยนไปที่โซฟารับแขก
"งืมๆ.... ฟี้ฟี้" เสียงลมหายใจของคนที่นอนหลับสนิทดังเป็นจังหวะ มิยูกิกุมขมับของตัวเองก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนูผืนหนึ่ง ......นอกจากต้องมาส่งคนเมาแล้วยังต้องมาดูแลคนเมาอีกเนี้ยนะ ให้ตายสิ......
"อืม..... นี่อะไรเนี้ย...." ซาวามุระสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่แปะอยู่ตรงหน้าผากออก ....จริงสิ วันนี้เขาไปดื่มมานี่ แล้วจากนั้นล่ะ..... ซาวามุระกุมขมับพยายามจะนึกให้ได้ว่าเขาทำอะไรไปบ้างแต่ก็ต้องสะดุดตากับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเขาสำรวจไปรอบๆแล้วก็พบว่านี่มันไม่ใช่บ้านเขา ...... แล้วที่นี่ที่ไหน?.....
"อ่าว ตื่นแล้วเหรอ?" มิยูกิเอ่ยทักหลังจากอาบน้ำเสร็จ มือก็ยังคงใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกก่อนจะเดินไปหยิบบางอย่างในตู้เย็นแล้วส่งให้คนที่นั่งตาแป๋วบนโซฟา
"กินซะ มันช่วยให้นายหายมึนหัวได้"
"อะ... อืม..." ซาวามุระรับมันมาก่อนจะเปิดกิน
"นายเป็นคนพาฉันมาที่นี่เหรอ?"
"ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครอีกล่ะ ถามอะไรโง่ๆ" นั้นสินะเขาคงถามอะไรที่โง่จริงๆ
".........." มิยูกิมองคนที่ก้มหน้านิ่งไม่มีแม้แต่ที่จะเงยหน้าเลยซักนิด
"นี่ซาวามุระ..."
"อะไร?"
"ตอนนั้นทำไมนายถึงบอกเลิกฉัน" ซาวามุระตกใจกับคำถามของอีกคน เลือดในกายพลันเย็นเฉียบมือที่ถือบางอย่างอยู่กำแน่นยิ่งกว่าเดิม
"ตอบฉันสิว่าทำไ...."
"ขอตัวกลับก่อนนะครับ!" ซาวามุระตะโกนขัดขึ้นมาก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกไปอย่างเร่งรีบ
"เฮ้ย! ซาวามุระ!" เขาจะปล่อยให้อีกคนเดินหนีเขาไปเหมือนเมื่อก่อนเหรอ? ไม่...ไม่มีทาง.... มิยูกิรีบวิ่งไปกระชากตัวเด็กหนุ่มก่อนที่มือนั้นจะจับลูกบิดประตูซะก่อน แต่เพราะแรงกระชากนั้นเลยทำให้คนทั้งคู่เซล้มลงกับพื้น
ตุบ!
"โอ้ย.... เจ็บ เจ็บ เจ็บ" มิยูกิบ่นออกมาเพราะคนที่ล้มตัวกระแทกพื้นนั้นเป็นเขาส่วนซาวามุระก็ล้มทับตัวเขาลงมาอีกที หลังจากที่ซาวามุระรู้สึกตัวเขาก็ลุกขึ้นแต่คงจะช้าไปเพราะมิยูกิรู้ว่าเจ้าตัวคงต้องลุกแล้ววิ่งหนีเขาไปอีกแน่ จึงจัดการกอดเอวซาวามุระเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับไปไหน
"ปล่อยฉันนะ!" คนในอ้อมกอดดิ้นขัดขืนพลางดันตัวอีกคนหวังว่าจะหลุดพ้นจากพันธนาการ
"ไม่! ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว บอกฉันมาว่าทำไมตอนนั้นนายถึงเดินจากฉันไป!"
"เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับนาย! บอกให้ปล่อยไงล่ะเจ้าบ้ามิยูกิ!!"
"ฉันจะไม่ปล่อยจนกว่านายจะยอมบอก" มิยูกิบอกก่อนจะรัดเอวคนบนตัวแน่นขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขานั้นไม่ยอมจริงๆ
"..........." ซาวามุระเลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไร นั้นทำให้มิยูกิเริ่มที่จะหงุดหงิด
"สงสัยวันนี้คงต้องนอนทั้งอย่างนี้แล้วล่ะมั้ง"
"ห๊ะ! ฉันไม่ยอมหรอกนะ!" ซาวามุระโวยวายใส่
"ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อนายไม่ยอมตอบคำถามฉันดีๆ"
".........." มิยูกิรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นหมดกำลังแล้วจริงๆ
"ซาวา..."
"ตอนแข่งหน้าร้อน..." มิยูกิพยามที่จะเอ่ยเรียกแต่ก็ต้องถูกแทรกด้วยคำพูดอีกคน
"ตอนแข่งหน้าร้อนช่วงนั้น ฉันเห็นว่ามีคนมากมายมาดูนายกันเยอะขึ้น.... ตอนแรกฉันก็ไม่คิดอะไรหรอก จนกระทั้ง... "
ซาวามุระเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง ร่างกายเริ่มสั่นเทาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
".... ฉัน... ได้ยินที่พวกเขาพูดกันว่า.... ถ้าคาซึยะคุงได้เป็นมืออาชีพคงจะมีอนาคตไกลนะ.... "
หยาดน้ำอุ่นๆที่ซึมไหลออกมาซุกอยู่ตรงหน้าอกจนมิยูกิรู้สึกได้
"พอฉันได้ยินอย่างนั้น... ฮึก..... ฉันเลยคิดว่า.... ฮึก..... ไม่ควรอยู่ใกล้นาย.... ฉันควรให้นายได้สิ่งที่ดีที่สุด..... ฮึก...."
ซาวามุระกำเสื้อคนที่อยู่ข้างใต้แน่น
"แล้วถ้า.... มีคนรู้ว่านายคบกับฉัน...... ฮึก...... มันคงจะส่งผล..... ให้นายไม่ได้เป็นมืออาชีพ..... ฮึก..... ฉันจึง..... ขอเลิกกับนายซะ....."
หลังจากได้ยินคำสารภาพของคนในอ้อมแขนมิยูกิไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจึงทำได้เพียงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก ไม่ให้อีกคนร้องไห้ไปมากกว่านี้ ......นี่ซาวามุระทำเพื่อเขา.....
"ซาวามุระเงยหน้า" มิยูกิเอ่ยเสียงเรียบ แต่คนในอ้อมแขนก็ยังคงส่ายหน้าไปมา
"ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้นไง" มิยูกิพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างปกติ แต่เจ้าคนที่อยู่บนตัวนี่สิกลับกอดเขาไม่ยอมปล่อยแทนซะงั้น หลังจากที่นั่งได้แล้วซาวามุระก็เอาแต่มือปิกหน้าร้องไห้ไม่ยอมสบตากับเขาเลย
"ซาวามุระมองมาที่ฉัน" มิยูกเอื้อมไปแกะมือของอีกคนออกเพื่อที่จะได้มองใบหน้าของเจ้าเด็กขี้แยอย่างชัดๆ ใบหน้าของซาวามุระตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย
"นายรู้มั้ย ว่าฉันปฏิเสธการที่เป็นมืออาชีพไปเพราะอะไร" ซาวามุระส่ายหน้า
"เพราะนายไง เพราะนายเดินจากฉันไปมันเลยทำให้ฉันไม่สนใจที่จะเป็นมืออาชีพ เพราะนายเป็นกำลังใจหลักสำหรับฉัน เป็นแสงสว่างสำหรับฉัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับฉัน ถ้าฉันเสียนายไปฉันก็เล่นเบสบอลอย่างเต็มที่ไม่ได้หรอก..." มิยูกิเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆก่อนจะเอาหน้าผากของตัวเองชนกันหน้าผากอีกคนคล้ายจะปลอบประโลม
"อีกอย่างฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะคิดยังไงเรื่องของฉันกับนาย รู้แค่ว่าฉันชอบนายก็พอ..."
"อย่าหนีจากฉันไปอีกนะซาวามุระ..... อย่าหนีไปไหนอีก...." มิยูกิสบตากับซาวามุระที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา นิ้วมือของอดีตแคชเชอร์หนุ่มปาดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมือทั้งสองประคองใบหน้าอีกคนให้เข้ามาใกล้แล้วประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากอีกคนอย่างอ่อนโยน ทั้งคู่จูบกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานก่อนจะแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความร้อนแรง ฝามือที่ประคองใบหน้าอยู่ลดมือข้างนึงเอื้อมไปกอดเอวอีกคนเอาไว้โดยที่มืออีกข้างยังคงไม่ไปไหน
ทั้งคู่ผละออกจากกันซาวามุระหอบหายใจหลังจากที่จากจูบเมื่อครู่ มิยูกิมองหน้าของซาวามุระที่ตอนนี้แดงปลั่ง ดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากที่เผยอออกมาสูดเอาอากาศ
ไม่รอช้ามิยูกิลากซาวามุระไปที่ห้องนอนของเขาก่อนจะโยนลงบนเตียงแล้วลงไปกอดรัดอีกคนเอาไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าคนในอ้อมกอดจะหนีหายไปอีก ซาวามุระที่ตามไม่ทันกับการกระทำของคนตรงหน้าเบิกตาโพลงอย่างตกใจ
"ซาวามุระ.... ขอกอดได้มั้ย?" เสียงแผ่วเบากระซิบอยู่ที่ข้างหูของซาวามุระ คนใต้ร่างหน้าแดงที่อีกคนพูดขอออกมาตรงๆ ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ซาวามุระเลือกที่จะกอดอีกคนแน่นเป็นคำตอบ มิยูกิรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่มาจากอีก .....เขาคงไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วสินะ.....
เหล่ากองเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งอย่างสะเปะสะปะก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับร่างของคนสองที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง
เอี๊ยด เอี๊ยด
เสียงแรงขยับเขยื้อนของเตียงดังระงมแต่คงไม่เทียบเท่ากับเสียงครางและเสียงหอบที่ประสานกันร่างกายของคนทั้งสองต่างชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลออกมา แรงเคลื่อนไหวที่สอดประสานไปตามจังหวะที่คนข้างบนกำหนด ทั้งสองผลัดกันฉุดผลัดกันรั้งราวกับไม่ต้องการแยกจาก คนใต้ร่างบิดตัวเร้าไปมากับความรู้สึกที่อีกฝ่ายถาโถมเข้าไปให้รอยแดงและรอยฟันปรากฎขึ้นประปรายบนร่าง ฝ่ามือเล็กพยายามเอื้อมไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามอดีตหนุ่มนักกีฬา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยข่วนบางรอยก็มีเลือดซึมออกมา ความรุนแรงที่คนข้างบนส่งมาให้มันรุนแรงจนอีกคนแทบจะรับไม่ไหว สิ่งของที่อยู่หัวเตียงต่างตกลงมากระจัดกระจาย ทั้งสองคนต่างบดเบียดจูบและร้องเรียกหาซึ่งกันและกันก่อนจะนำไปสู่ความหฤหรรษ์อย่างที่พวกเขาได้ตั้งใจ
มิยูกิเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเป็นรอบที่สอง เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะมองหน้าคนที่หลับตาพริ้มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ฝ่ามือที่เคยผ่านการรับลูกบอกมานับไม่ถ้วนค่อยๆลูบไปที่แก้มเนียนใสแล้วบรรจงจุมพิศอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอนตัวนอนโดนไม่ลืมที่จะดึงคนใต้ร่างมาไว้ในอ้อมกอด
ร่างของคนที่นอนอยู่พลิกตัวไปมาเพื่อที่จะหาไออุ่นเหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันกลับหายไปเสียแล้ว ซาวามุระตื่นขึ้นมาพลางมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆเขา ซาวามุระหยิบเสื้อผ้าของอีกคนมาใส่เพราะตอนนี้เสื้อผ้าของเขาดันไปอยู่ไหนไม่รู้ ก่อนจะเดินออกไปตามทางเดิน เขาหวังว่าเขาจะเจอคนที่ตามหา แล้วก็เจอจริงๆ.... มิยูกิที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังเข้าครัวทำอาหารเช้าอยู่
"อรุณสวัสดิ์...." ซาวามุระเอ่ยทักทายตอนเช้า
"อรุณสวัสดิ์.... ฉันว่านายควรไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะซาวามุระ" คนถูกสั่งทำตามอย่างว่างง่าย ซาวามุระล้างหน้าแปรงฟันตามที่มิยูกิบอก่อนจะเดินกลับมาหาก็เห็นว่าอาหารได้ถูกจัดไว้แล้ว ซาวามุระนั่งฝั่งตรงข้ามกับมิยูกิ
"ทานล่ะนะครับ" ซาวามุระกล่าวก่อนกินข้าวตามมารยาทก่อนจะกินข้าวตามปกติ มิยูกิมองซาวามุระที่กินข้าวอยู่โดยไม่แตะอาหารของตัวเองจนซาวามุระสงสัย
"ทำไมไม่กินข้าวล่ะ" ซาวามุระถาม
"ก็ฉันมองนายกินข้าวอยู่ไง" มิยูกิตอบกลับแล้ววาดรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้อีกคน
"กินไปสิข้าวน่ะ ถ้านายไม่กินฉันกินนะ!" ซาวามุระโวยวายใส่แต่ก็ไม่สะทกสะท้านต่อมิยูกิในเมื่อเจ้าตัวนั้นไม่สนใจและยังคงหน้าด้านยิ้มต่อไป
"ซาวามุระ คบกับฉันเถอะ" สิ้งคำพูดของอีกคน ซาวามุระก็ชะงักมือที่กำลังจ้วงข้าวเข้าปากอยู่
"นี่นายคิดว่ฉันจะกลับไปชอบนายได้อีกงั้นเหรอ?"
"แน่นอน"
"มั่นใจเกินไปแล้วนะเจ้าบ้า!"
"มั่นใจสิ และฉันก็มั่นใจดูว่านายยังชอบฉันอยู่ แถมชอบมากซะด้วย ฮี่ๆ"
"นายเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น!"
"ก็เมื่อคืนไง ที่นายบอกฉันถ้านายไม่ชอบฉันมากหรือไม่ก็บ้ามาก นายก็คงไม่บอกเลิกฉันเพื่ออนาคตของฉันหรอก..."
"ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อนายไม่ยอมตอบคำถามฉันดีๆ"
".........." มิยูกิรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นหมดกำลังแล้วจริงๆ
"ซาวา..."
"ตอนแข่งหน้าร้อน..." มิยูกิพยามที่จะเอ่ยเรียกแต่ก็ต้องถูกแทรกด้วยคำพูดอีกคน
"ตอนแข่งหน้าร้อนช่วงนั้น ฉันเห็นว่ามีคนมากมายมาดูนายกันเยอะขึ้น.... ตอนแรกฉันก็ไม่คิดอะไรหรอก จนกระทั้ง... "
ซาวามุระเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง ร่างกายเริ่มสั่นเทาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
".... ฉัน... ได้ยินที่พวกเขาพูดกันว่า.... ถ้าคาซึยะคุงได้เป็นมืออาชีพคงจะมีอนาคตไกลนะ.... "
หยาดน้ำอุ่นๆที่ซึมไหลออกมาซุกอยู่ตรงหน้าอกจนมิยูกิรู้สึกได้
"พอฉันได้ยินอย่างนั้น... ฮึก..... ฉันเลยคิดว่า.... ฮึก..... ไม่ควรอยู่ใกล้นาย.... ฉันควรให้นายได้สิ่งที่ดีที่สุด..... ฮึก...."
ซาวามุระกำเสื้อคนที่อยู่ข้างใต้แน่น
"แล้วถ้า.... มีคนรู้ว่านายคบกับฉัน...... ฮึก...... มันคงจะส่งผล..... ให้นายไม่ได้เป็นมืออาชีพ..... ฮึก..... ฉันจึง..... ขอเลิกกับนายซะ....."
หลังจากได้ยินคำสารภาพของคนในอ้อมแขนมิยูกิไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจึงทำได้เพียงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก ไม่ให้อีกคนร้องไห้ไปมากกว่านี้ ......นี่ซาวามุระทำเพื่อเขา.....
"ซาวามุระเงยหน้า" มิยูกิเอ่ยเสียงเรียบ แต่คนในอ้อมแขนก็ยังคงส่ายหน้าไปมา
"ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้นไง" มิยูกิพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างปกติ แต่เจ้าคนที่อยู่บนตัวนี่สิกลับกอดเขาไม่ยอมปล่อยแทนซะงั้น หลังจากที่นั่งได้แล้วซาวามุระก็เอาแต่มือปิกหน้าร้องไห้ไม่ยอมสบตากับเขาเลย
"ซาวามุระมองมาที่ฉัน" มิยูกเอื้อมไปแกะมือของอีกคนออกเพื่อที่จะได้มองใบหน้าของเจ้าเด็กขี้แยอย่างชัดๆ ใบหน้าของซาวามุระตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย
"นายรู้มั้ย ว่าฉันปฏิเสธการที่เป็นมืออาชีพไปเพราะอะไร" ซาวามุระส่ายหน้า
"เพราะนายไง เพราะนายเดินจากฉันไปมันเลยทำให้ฉันไม่สนใจที่จะเป็นมืออาชีพ เพราะนายเป็นกำลังใจหลักสำหรับฉัน เป็นแสงสว่างสำหรับฉัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับฉัน ถ้าฉันเสียนายไปฉันก็เล่นเบสบอลอย่างเต็มที่ไม่ได้หรอก..." มิยูกิเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆก่อนจะเอาหน้าผากของตัวเองชนกันหน้าผากอีกคนคล้ายจะปลอบประโลม
"อีกอย่างฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะคิดยังไงเรื่องของฉันกับนาย รู้แค่ว่าฉันชอบนายก็พอ..."
"อย่าหนีจากฉันไปอีกนะซาวามุระ..... อย่าหนีไปไหนอีก...." มิยูกิสบตากับซาวามุระที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา นิ้วมือของอดีตแคชเชอร์หนุ่มปาดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมือทั้งสองประคองใบหน้าอีกคนให้เข้ามาใกล้แล้วประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากอีกคนอย่างอ่อนโยน ทั้งคู่จูบกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานก่อนจะแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความร้อนแรง ฝามือที่ประคองใบหน้าอยู่ลดมือข้างนึงเอื้อมไปกอดเอวอีกคนเอาไว้โดยที่มืออีกข้างยังคงไม่ไปไหน
ทั้งคู่ผละออกจากกันซาวามุระหอบหายใจหลังจากที่จากจูบเมื่อครู่ มิยูกิมองหน้าของซาวามุระที่ตอนนี้แดงปลั่ง ดวงตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากที่เผยอออกมาสูดเอาอากาศ
อา... แย่แล้วสิ.....
ไม่รอช้ามิยูกิลากซาวามุระไปที่ห้องนอนของเขาก่อนจะโยนลงบนเตียงแล้วลงไปกอดรัดอีกคนเอาไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าคนในอ้อมกอดจะหนีหายไปอีก ซาวามุระที่ตามไม่ทันกับการกระทำของคนตรงหน้าเบิกตาโพลงอย่างตกใจ
"ซาวามุระ.... ขอกอดได้มั้ย?" เสียงแผ่วเบากระซิบอยู่ที่ข้างหูของซาวามุระ คนใต้ร่างหน้าแดงที่อีกคนพูดขอออกมาตรงๆ ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ซาวามุระเลือกที่จะกอดอีกคนแน่นเป็นคำตอบ มิยูกิรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดที่มาจากอีก .....เขาคงไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วสินะ.....
เหล่ากองเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งอย่างสะเปะสะปะก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับร่างของคนสองที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง
เอี๊ยด เอี๊ยด
เสียงแรงขยับเขยื้อนของเตียงดังระงมแต่คงไม่เทียบเท่ากับเสียงครางและเสียงหอบที่ประสานกันร่างกายของคนทั้งสองต่างชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลออกมา แรงเคลื่อนไหวที่สอดประสานไปตามจังหวะที่คนข้างบนกำหนด ทั้งสองผลัดกันฉุดผลัดกันรั้งราวกับไม่ต้องการแยกจาก คนใต้ร่างบิดตัวเร้าไปมากับความรู้สึกที่อีกฝ่ายถาโถมเข้าไปให้รอยแดงและรอยฟันปรากฎขึ้นประปรายบนร่าง ฝ่ามือเล็กพยายามเอื้อมไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามอดีตหนุ่มนักกีฬา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยข่วนบางรอยก็มีเลือดซึมออกมา ความรุนแรงที่คนข้างบนส่งมาให้มันรุนแรงจนอีกคนแทบจะรับไม่ไหว สิ่งของที่อยู่หัวเตียงต่างตกลงมากระจัดกระจาย ทั้งสองคนต่างบดเบียดจูบและร้องเรียกหาซึ่งกันและกันก่อนจะนำไปสู่ความหฤหรรษ์อย่างที่พวกเขาได้ตั้งใจ
มิยูกิเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเป็นรอบที่สอง เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะมองหน้าคนที่หลับตาพริ้มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ฝ่ามือที่เคยผ่านการรับลูกบอกมานับไม่ถ้วนค่อยๆลูบไปที่แก้มเนียนใสแล้วบรรจงจุมพิศอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอนตัวนอนโดนไม่ลืมที่จะดึงคนใต้ร่างมาไว้ในอ้อมกอด
ร่างของคนที่นอนอยู่พลิกตัวไปมาเพื่อที่จะหาไออุ่นเหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันกลับหายไปเสียแล้ว ซาวามุระตื่นขึ้นมาพลางมองหาคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆเขา ซาวามุระหยิบเสื้อผ้าของอีกคนมาใส่เพราะตอนนี้เสื้อผ้าของเขาดันไปอยู่ไหนไม่รู้ ก่อนจะเดินออกไปตามทางเดิน เขาหวังว่าเขาจะเจอคนที่ตามหา แล้วก็เจอจริงๆ.... มิยูกิที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังเข้าครัวทำอาหารเช้าอยู่
"อรุณสวัสดิ์...." ซาวามุระเอ่ยทักทายตอนเช้า
"อรุณสวัสดิ์.... ฉันว่านายควรไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะซาวามุระ" คนถูกสั่งทำตามอย่างว่างง่าย ซาวามุระล้างหน้าแปรงฟันตามที่มิยูกิบอก่อนจะเดินกลับมาหาก็เห็นว่าอาหารได้ถูกจัดไว้แล้ว ซาวามุระนั่งฝั่งตรงข้ามกับมิยูกิ
"ทานล่ะนะครับ" ซาวามุระกล่าวก่อนกินข้าวตามมารยาทก่อนจะกินข้าวตามปกติ มิยูกิมองซาวามุระที่กินข้าวอยู่โดยไม่แตะอาหารของตัวเองจนซาวามุระสงสัย
"ทำไมไม่กินข้าวล่ะ" ซาวามุระถาม
"ก็ฉันมองนายกินข้าวอยู่ไง" มิยูกิตอบกลับแล้ววาดรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้อีกคน
"กินไปสิข้าวน่ะ ถ้านายไม่กินฉันกินนะ!" ซาวามุระโวยวายใส่แต่ก็ไม่สะทกสะท้านต่อมิยูกิในเมื่อเจ้าตัวนั้นไม่สนใจและยังคงหน้าด้านยิ้มต่อไป
"ซาวามุระ คบกับฉันเถอะ" สิ้งคำพูดของอีกคน ซาวามุระก็ชะงักมือที่กำลังจ้วงข้าวเข้าปากอยู่
"นี่นายคิดว่ฉันจะกลับไปชอบนายได้อีกงั้นเหรอ?"
"แน่นอน"
"มั่นใจเกินไปแล้วนะเจ้าบ้า!"
"มั่นใจสิ และฉันก็มั่นใจดูว่านายยังชอบฉันอยู่ แถมชอบมากซะด้วย ฮี่ๆ"
"นายเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น!"
"ก็เมื่อคืนไง ที่นายบอกฉันถ้านายไม่ชอบฉันมากหรือไม่ก็บ้ามาก นายก็คงไม่บอกเลิกฉันเพื่ออนาคตของฉันหรอก..."
"..... อีกอย่าง..... ตอนอยู่บนเตียงนายเองก็ร้องเรียกหาฉันเสียงระงมเลยแล้วจะให้ฉันคิดว่ายังไง" มิยูกิยิ้มยียวนกวนประสาทกลับไปนั่นถึงกับทำให้ซาวามุระหน้าแดงจัดพลันนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ซาวามุระโวยวายใส่มิยูกิแต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจแถมยังก่อกวนอีกคนจ่อไปเรื่อยๆ เสียงแห่งความวุ่นวายดังไปทั่วทั้งห้องหลังจากที่ห้องนี่เงียบมานาน ถ้ามีเสียงเหล่านี้มาด้วยคงจะเพิ่มสีสันให้มันไม่น้อย.....
......และเพิ่มสีสันให้หัวใจของคนทั้งสองด้วย.....
talk : ฟิคสั้นสนองนี้ตัวเองจบแล้วค่ะ ฮรือออออ ยอมรับว่าอยากสนองแค่ฉากที่มิยูกิโดนทำร้ายจิตใจกับฉาก จะปะแด๊บแจ๊บแจ๊บ แอ่แฮร่ ;7 ; ความจริงเราเองก็อยากสนองอะไรหลายๆอย่างด้วย มิยูกิเป็นซีอีโอใส่สูทไรงี้ โอ้วววว หล่อออออ นายแย่มากมาทำให้คนอื่นหวั่นไหว ชั่วร้าย!! เราแต่งเรทไม่ค่อยเก่งแต่ก็อยากทำมาเพื่อสนองนี้ดตัวเองค่ะ อ่านแล้วรู้สึกยังไงติได้เลยนะคะ ถ้ามีตรงไหนที่มีคำผิดก็บอกด้วยนะUvU
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น